ัวแต่เสียเวลากับหญิงไร้ประโยชน์ผู้นี้อีกต่อไปเลย ฆ่าแล้วเอาหัวนางไปรับความดีความชอบเลยเถอะ!” หนึ่งในคนชุดขาวกล่าวขึ้น
“พี่ใหญ่พูดถูก พวกเราเสียเวลากับสถานที่ต่ำ ๆ นี่มานานมากพอแล้ว”
กล่าวจบ กระบี่ของเขาก็ขยับง้างสูงขึ้น เตรียมพร้อมจะตัดหัวเหลิ่งหนิงจือ
เหลิ่งหนิงจือไม่อยากตาย ทว่าตอนนี้ร่างของนางล้มลงไปกับพื้น และไร้เรี่ยวแรงที่จะหลบหลีกแล้ว
และในตอนนี้เอง น้ำเสียงอันเย็นชาไร้ร่องรอยของคลื่นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
น้ำเสียงอันเย็นชาอย่างไร้ความปรานีนั้น ทำให้พวกเขาเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามสูงศักดิ์ผู้หนึ่ง การปรากฏตัวของนางทำให้ความสวยงามของโลกใบนี้จืดชืดลงทันใด
คนเหล่านี้เห็นเข้าต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดจนพูดไม่ออก
ชายชราผู้หนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนั้นคุกเข่าลงทันที “ข้าน้อยคารวะพระนาง!”
“พระนาง เป็นพระนางจริง ๆ ด้วย…” คนอื่นก็ตกตะลึงไปเช่นกัน
พลังความแข็งแกร่งของเหล่าองครักษ์ไป๋ไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไหร่นัก และไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเคยเห็นโฉมหน้าของพระนางได้
มีเพียงแค่องครักษ์ไป๋ที่มีความสามารถบางคนเท่านั้นที่สามารถมองเห็นพระนางจากที่ไกล ๆ ได้ เพียงเห็นแค่แวบตาเดียว พวกเขาก็ไม่อาจลืมได้
ตุบ ตุบ ตุบ! เผชิญหน้ากับสตรีสูงศักดิ์เช่นนี้ พวกเขาทำได้เพียงแค่คุกเข่าลงราวกับเป็นฝุ่นผงก็มิปาน
ใบหน้าของเหลิ่งหนิงจือซีดเผือดลง จ้องมองหญิงสาวผู้นั้น “มู่หลินหลาง มู่หลินหลาง…”
ถึงแม้ว่าจะได้ร