นายน้อยเจ็ดมองไปยังสาวงามชุดขาวผู้นี้แล้วกล่าว “เจ้าเป็นใคร?”
ใจของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์แทบจะแหลกสลาย เดิมทีนึกว่าได้เจอกับนายน้อยเจ็ดเพียงครั้งเดียวอีกทั้งบวกกับความงดงามที่มิอาจหาผู้ใดเปรียบด้วยได้ในแคว้นแล้ว จะต้องสามารถทำให้นายน้อยเจ็ดจำตนขึ้นมาได้ในทันใดสิถึงจะถูก แต่นึกไม่ถึงเลยว่า…เขาจะมิได้เอานางใส่ไว้ในใจเลยแม้แต่น้อย
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์กล่าว “นายน้อยเจ็ด ข้าคืออวิ๋นเหลียนเอ๋อร์แห่งวังอวิ๋นซิง! ปีก่อนหน้าท่านเป็นตัวแทนของตำหนักเป่ยหานไปเข้าร่วมงานเลี้ยงตอนค่ำของตำหนักอวิ๋นซิงของพวกเรา บิดาของพวกเรายังเคยกล่าวกับท่านเจ้าตำหนักเอาไว้อีกว่าจะให้ข้า…”
อวิ๋นเหยียนเอ๋อร์กล่าววาจาติด ๆ ขัด ๆ ใบหน้าของนางนั้นแดงระเรื่อไปทั่วทั้งใบหน้าแล้ว ความหมายนั้นชัดเจนเป็นอย่างมาก!
วังอวิ๋นซิง กองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสอง สำหรับตำหนักเป่ยหานแล้วนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงมัน
หญิงสาวผู้นี้มีความงดงามอยู่บ้าง หากรับมาเป็นผู้หญิงของเขาเสีย บางทีก็อาจจะสามารถช่วยเขาในการแย่งชิงตำแหน่งนายน้อยแห่งตำหนักได้อยู่บ้าง
แล้วหากย้อนมองดูสตรีผู้นั้น เขาไม่เคยที่จะพบเจอมาก่อน อีกทั้งยังมิได้นับว่าเป็นคนของกองกำลังใหญ่ใด ๆ ทั้งสิ้น
พลังความสามารถก็ยังอ่อนแอเช่นนั้น ถึงแม้ว่าจะมีรูปลักษณ์ที่เหนือกว่าอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ แต่ก็ไม่มีราคาเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีเองก็ได้รู้จากปากของสตรีรูปงามผู้น่าสงสารผู้นั้นแล้วว่าคนผ