ผู้ที่มานั้นดูน่าเกลียดมาก และเมื่อเห็นไม่มีใครก็ทำอากัปกิริยาถ่อยออกมา ทำให้ใบหน้าของเหลิ่งหนิงจือเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างหาที่เปรียบมิได้
มู่เฉียนซีกลับมองไปที่พวกเขาด้วยสายตาที่แฝงรอยยิ้ม “ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้! ไม่คิดว่าจะได้พบทุกท่านที่นี่”
“การได้พบสองสาวงาม นี่ต้องเป็นพรหมลิขิตจากสวรรค์อย่างแน่นอน! สวยงาม…”
ขณะที่กล่าวเขาก็พลางเดินไปตรงหน้าของเหลิ่งหนิงจือ และมือของชายที่ไม่ค่อยมีมารยาทนี้ก็ได้เอื้อมไปจับใบหน้าที่เหมือนดั่งหยกขาวของเหลิ่งหนิงจือ
“อ๊า!” แต่ก่อนที่เขาจะได้รู้สึกถึงความละเอียดอ่อน เขาก็ต้องเปล่งเสียงกรีดร้องที่น่ากลัวออกมา
มือของเขาถูกเหลิ่งหนิงจือบิดจนเป็นเกลียว และใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวไม่เป็นรูป
“สตรีที่ไม่รู้จักเจียมตัว กลับกล้าทำร้ายน้องชายของข้า”
“ดูเหมือนว่าพวกนางจะชอบความรุนแรง พวกน้องชายของข้าจะช่วยตอบสนองความต้องการพวกเจ้าให้เอง”
“……”
พวกเขาโจมตีมู่เฉียนซีและพวกอย่างโกรธแค้น แต่ด้วยจิตสำนึกในการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเหลิ่งหนิงจือ ไม่ต้องให้มู่เฉียนซีลงมือ ก็จัดการเจ้าพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย
“อ๊า!”
“ไว้ชีวิตเราด้วย!”
“พวกเราผิดไปแล้ว!”
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่เย็นชาและโหดเหี้ยม พวกเขาแต่ละคนก็หวาดกลัวจนตัวสั่น
พวกเขารู้สึกขมขื่นในหัวใจเป็นอย่างมาก พรหมลิขิตที่ไหนกัน! นี่มันเป็นคราวเคราะห์ของพวกเขาต่างหากล่ะ
มู่เฉียนซียิ้มตาหยีแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นใครก