บพิฆาตวิญญาณตัวต่อตัวครั้งแรกแล้ว ต่อจากนี้ไปนางไม่มีทางประมาทเด็ดขาด หากถูกเขาควบคุมจนกลายเป็นปีศาจคลั่งกระหายเลือดจริง ๆ คาดว่าคงยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
สถานการณ์ในแดนนรกจิ่วเยี่ยย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ถึงแม้ว่าเขาจะต้องการให้ซีอยู่กับเขาตลอดเวลา แต่ตอนนี้ก็ไม่สามารถทำได้
เขากอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมกอดแน่น และกล่าวเสียงต่ำว่า “ซีนอนเป็นเพื่อนข้าอีกสักคืนนะ”
ยามราตรีอันเงียบสงัดจนกระทั่งถึงยามรุ่งอรุณ ดวงตาคู่นั้นของจิ่วเยี่ยลืมขึ้นอย่างช้า ๆ
ลำแสงสีฟ้าอ่อนห่อหุ้มร่างของจิ่วเยี่ยเอาไว้และส่งเขากลับไป ถึงแม้ว่าจะยับยั้งแล้ว แต่กลับไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์ ต้องไปในสถานที่ที่เงียบสงัดทำให้ตัวเองสงบจิตสงบใจถึงจะยับยั้งคำสาปได้
ทันทีที่จิ่วเยี่ยกลับไป มู่เฉียนซีก็ลืมตาขึ้นมาทันที นางรู้ว่าจิ่วเยี่ยจะไปแล้ว
จิ่วเยี่ยกลับไปอย่างไร้ซึ่งสุ้มเสียงเขาไม่อยากบอกลา นางก็เช่นกัน
นางกล่าวถามว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง เขาไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?”
“เมื่อพบความรัก หัวใจก็ปั่นป่วน เมื่อพบคนรัก จิตใจก็ว้าวุ่น ขอเพียงแค่เขาสงบจิตสงบใจลง ช่องโหว่ของผนึกนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้” สุ่ยจิงอิ๋งตอบ
“เช่นนั้นก็ดี!”
แต่สถานการณ์ของจิ่วเยี่ยนั้น นางไม่วางใจจะให้เขาต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับพิฆาตวิญญาณเลย
ครั้งนี้ทำให้ผนึกคำสาปนั้นเกิดช่องโหว่ช่องเล็ก ๆ ขึ้น แล้วหากครั้งต่อไปเกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ขึ้นมาล่ะจะทำเช่น