“เฉียนซี การต่อสู้ครั้งนี้ ข้าแพ้แล้ว! เจ้าระวังตัวด้วย!”
ตุบ! ทันทีที่เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวคำนี้จบ เขาก็หมดสติล้มลงไปทันที
มู่เฉียนซีกล่าว “หมื่นกระบี่ ส่งเจ้าหมอนี่ออกไป…”
“หมื่นกระบี่…”
ในตอนนี้เองมู่เฉียนซีก็พบว่าตนเองนั้นสื่อสารกับกลไกวิญญาณหมื่นกระบี่ไม่ได้แล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ!” เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังก้องขึ้น
“กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เป็นของข้า ข้าต่างหากเป็นคนที่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เลือกให้เป็นเจ้านาย”
ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวสีม่วงผู้หนึ่งชูกระบี่สีแดงฉานเล่มหนึ่งขึ้น พลางหัวเราะขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ดวงตาคู่นั้นของเขาในตอนนี้พลันเปลี่ยนเป็นสีเลือดขึ้นแล้ว
ไป๋อู๋ห่ายเห็นเช่นนี้ก็ตกใจผงะไป “บัดซบ! กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ถูกมันแย่งชิงไปแล้ว”
“ขอให้ท่านเจ้าสำนักอายุยืนหมื่นหมื่นปี!” คนผู้นี้เป็นเจ้าสำนักของสำนักจื่อเหลย เป็นกองกำลังระดับสองครึ่งแห่งแดนตะวันออก เขาฉวยโอกาสในขณะที่ผู้แข็งแกร่งต่อสู้กันแย่งชิงกระบี่ปลอมเล่มนี้ไปได้
สื่อสารกับหมื่นกระบี่ไม่ได้เช่นนี้ ต่อให้มู่เฉียนซีทำให้เขาหมดสติไปแล้วก็ไม่สามารถออกไปได้แล้ว
และในตอนนี้เอง เจ้าสำนักจื่อเหลยได้กวัดแกว่งกระบี่ในมือไปมา เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “วันนี้ ข้าจะใช้เลือดของพวกเจ้าสังเวยให้แก่กระบี่เล่มนี้ พวกเจ้าทุกคนต้องตายอยู่ที่นี่”
เมื่อรับรู้ได้ถึงพลังธาตุอัคคีที่โคจรอยู่บริเวณรอบ ๆ แล้ว สีหน้าของมู่เฉียนซีพลันเปลี