บขึ้นมาวาบหนึ่ง
คนผู้อื่นได้มองไปยังบุรุษชุดขาวผู้ที่เหมือนดั่งเทพเซียนก็มิปานผู้นี้แล้วกล่าวถามขึ้น “ท่านผู้นี้เป็นใครกัน? เหตุใดถึงได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้”
“คาดว่าคงจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่รักสันโดษเก็บตัวล้ำลึกผู้หนึ่งกระมัง!”
“……”
ดวงตาของไป๋อู๋ห่ายพลันหม่นหมองลง “กู้ไป๋อี!”
ไป๋อู๋ห่ายได้ยินมาว่ากู้ไป๋อีเองก็มีความสนใจในกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เช่นกัน จึงได้มายังแดนตะวันออกแต่กลับยังมิได้เจอตัวมาโดยตลอด จึงได้คิดไปว่าแท้จริงแล้วเขามิได้มาที่แดนตะวันออกจริง ๆ
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้จะออกมาก่อความวุ่นวาย!
ร่างของไป๋อู๋ห่ายเคลื่อนไหวพุ่งเข้าไปพลัน มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแล้วกล่าว “กู้ไป๋อี พวกเราเองก็ไม่ได้ประมือกันมานานแล้ว วันนี้ก็พอดีจะได้ลองเสียหน่อยว่าพลังความสามารถของเจ้าเพิ่มขึ้นหรือไม่”
กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเย็นชา “ไป๋อู๋ห่าย เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นคู่ต่อสู้ของข้ารึ?”
มันเป็นการดูถูกโดยสมบูรณ์ ไป๋อู๋ห่ายเองก็โกรธกริ้วขึ้นมาเสียแล้ว “ยังไม่ทันที่จะได้สู้กันสักตั้ง เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าเล่า?”
ตูม! ยอดฝีมือขั้นสูงสุดทั้งสองได้เปิดศึกกันขึ้นมาแล้ว
คนชุดขาวเหล่านั้นคิดที่จะไปช่วยเฟิงอวิ๋นซิว แต่มู่เฉียนซีเองก็ไม่ใช่แม่ทัพผู้เดียวดาย ซิงเฉินและจื่อโจวจะไม่ยอมให้พวกเขาทำร้ายมู่เฉียนซีได้อย่างแน่นอน
อีกอย่างในตอนนี้มู่เฉียนซีกำลังประมือกับเฟิง