เป็นของปลอม หากสัมผัสมันจริง ๆ ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น มู่เฉียนซีอยากจะพรวดออกไปขวางเขา…
และในตอนนี้เอง ร่างในชุดดำหลายร่างได้พุ่งตัวออกไปขวางหน้าหลิงเอาไว้ได้
พลังของพวกเขานั้นไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนัก แต่หุ่นเชิดที่พวกเขาเรียกออกมานั้นกลับไม่ได้อ่อนแอเลย
อีกอย่างพวกเขาก็ไม่ได้โจมตีคนอื่น และไม่ได้แย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ด้วย พวกเขาแค่ไล่โจมตีหลิง
คนอื่นเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกประหลาดใจมาก “องครักษ์หลิง ศัตรูมาหาถึงที่เลยเหรอ?”
ไป๋อู๋ห่ายหัวเราะชอบใจขึ้น “ฮ่า ๆ ๆ! นึกไม่ถึงเลยว่าหอหมอปีศาจก็มาด้วย พวกเราฉวยโอกาสที่หอหมอปีศาจเล่นงานตำหนักเป่ยหานไปแย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้”
มู่อีและพวกลงมือแล้ว มู่เฉียนซีจึงโล่งอกไปเปราะหนึ่ง
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีผู้ใดสงสัย พวกเขาจึงได้ลงมือโจมตีคนของตำหนักเป่ยหานด้วย สีหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดของตำหนักเป่ยหานพลันเหยเกขึ้นทันใด
“ดูเหมือนว่าตำหนักเป่ยหานของพวกข้าไม่ได้ไปล่วงเกินอันใดหอหมอปีศาจเลย อีกอย่างก่อนหน้านี้ไม่นาน พวกข้ายังดูแลสาวน้อยมู่เฉียนซีผู้นั้นเป็นอย่างดี”
มู่อีกล่าว “ตอนนี้ท่านผู้นำตระกูลของพวกข้าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในเมื่อเจ้าเอ่ยมาเช่นนี้ การหายตัวไปของท่านผู้นำตระกูลต้องเกี่ยวข้องกับพวกเจ้าตำหนักเป่ยหานแน่นอน!”
ปัง ปัง ปัง! คนของหอหมอปีศาจได้ต่อสู้กับคนของตำหนักเป่ยหานแล้ว
ผู้อาวุโสสูงสุดกลัดกลุ้มใจเ