นแผดเผาอย่างแรงกล้า และทำให้ดวงตาของพวกเขาร้อนแผดเผาขึ้นเช่นกัน ความละโมบโลภมากนั้นไม่สามารถควบคุมได้จริง ๆ
“มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ผู้ที่มีโชควาสนาเท่านั้นถึงจะได้ไปครอบครอง! ถึงแม้ว่าตำหยักตงจี๋ของพวกเจ้าจะแข็งแกร่ง แต่ก็ใช่ว่าจะมีโชควาสนา เพราะฉะนั้นพวกข้าไม่มีทางยอมแพ้เป็นอันขาด!”
“ใช่! พวกเราไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!”
หากเป็นปกติทั่วไป ไป๋อู๋ห่ายยังสามารถใช้พลังข่มขู่ได้ แต่ตอนนี้พวกเขาได้เห็นกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ จึงได้บ้าคลั่งไปเช่นนี้
ตราบใดที่ได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาครอบครอง พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวตำหนักตงจี๋อีกต่อไปแล้ว
ในตอนนี้ ผู้อาวุโสสูงสุดของตำหนักเป่ยหานก็ได้ออกคำสั่งแล้วเช่นกัน “หลิง! ข้าต้องการให้พวกเจ้าทุ่มเทอย่างสุดกำลังความสามารถ แย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้ หากมันผู้ใดกล้าคิดจะแย่งชิงกับพวกเรา มันผู้นั้นต้องตาย!”
นอกจากเปลวไฟที่แผดเผาแล้ว ยังรู้สึกได้ถึงเจตนาการสังหารที่กระทบไปที่ทุกคนอีกด้วย
หลิงได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วขึ้น เมื่อนึกถึงเรื่องทุกอย่างที่ซีเอ๋อร์พูด เขาก็รู้ทันทีว่าการปรากฏตัวของกระบี่เล่มนี้มันไม่ธรรมดาแน่นอน
ทว่า คำสั่งของผู้อาวุโสสูงสุด หากขัดขืน เกรงว่าเขาจะถูกผู้อาวุโสสูงสุดฆ่าตายอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงจำต้องลงมือตามคำสั่ง!
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! จากการที่พวกเขาต่อสู้ เข่นฆ่า แย่งชิงกัน แท่นบูชาฝังกระบี่ก็ตลบอบอวน