ินออกมาจากการรับรู้เจตจำนงแห่งกระบี่ก็เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยเงาหนึ่งนั้น
เขายิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “ซีเอ๋อร์ ยินดีด้วย! เจ้าทำได้แล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “ที่จริงแล้วข้าก็ต้องแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย!”
กู้ไป๋อีตะลึงค้าง “ยินดีกับข้า!”
“เพราะว่าเจ้ากำลังจะมีกระบี่คู่กายที่ร้ายกาจมากเล่มหนึ่ง” มู่เฉียนซีได้โยนกระบี่เฉียนหานให้กับกู้ไป๋อี
“เสี่ยวไป๋ เจ้าลองดูสิว่าเข้ากันหรือไม่?”
กู้ไป๋อีได้ชักกระบี่เฉียนหานออกมา แสงอันเย็นยะเยือกสาดออกมา ช่างร้ายกาจอย่างมิอาจหาสิ่งใดเทียบ
เขากล่าวด้วยความตะลึง “อาวุธวิญญาณขั้นปฐพีระดับเก้าเต็มขั้น!”
แม้หากเขาอยากได้มาซึ่งอาวุธวิญญาณขั้นสวรรค์ก็มิได้ยากเย็น และแม้ว่ากระบี่ในมือนี้จะเป็นกระบี่ขั้นปฐพีเล่มหนึ่งที่มิได้นับเป็นขั้นสวรรค์
แต่ก็สามารถเห็นได้ถึงพรสวรรค์ของผู้ที่หลอมมันมา อีกทั้งยังทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปอย่างมาก
ระดับการหลอมอาวุธของมู่เฉียนซีนั้นเขารู้ดี อย่างไรเสียเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านางสามารถหลอมได้เพียงอาวุธวิญญาณระดับเจ็ด แต่มาวันนี้ได้ข้ามไปมากกว่าระดับขั้นใหญ่ระดับขั้นหนึ่งเสียอีก
กู้ไป๋อีกล่าว “เหมาะสมอย่างมาก!”
“เหมาะสมก็ดีแล้ว! ถูกการทดสอบของหอหมื่นกระบี่บีบบังคับเสียจนพลังความสามารถในการหลอมอาวุธก้าวกระโดดรุดหน้าอย่างดุดัน ก็เลยถือโอกาสนี้ทำคำสัญญากับเจ้าให้เป็นจริง” มู่เฉียนซีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“การทดสอบในชั้นที่เจ็ดสามารถเริ่มได้แล้ว! เต