ากับข้าได้อย่างดีเป็นแน่!”
กู้ไป๋อีเพิ่งจะกล่าวจบเสียงอันคุ้นเคยเสียงนั้นก็ได้ลอยเข้ามา
“ตั้งแต่ชั้นที่สี่จนถึงชั้นที่หกเป็นการทดสอบหลอมอาวุธ พวกเจ้าจงเลือกผู้หนึ่งเพื่อเข้าร่วมการทดสอบ หรือไม่ก็ไปทั้งสองคน”
มู่เฉียนซีตะลึงค้าง “หลังจากทดสอบกระบี่เสร็จก็เป็นการทดสอบหลอมอาวุธเสียแล้ว เสี่ยวไป๋เจ้าไม่ใช่นักหลอมอาวุธ ข้าไปเพียงคนเดียวก็ได้แล้ว”
กู้ไป๋อีกล่าว “อื้ม!”
มู่เฉียนซีถามขึ้น “ถ้าหากตอนนี้ไปทดสอบเพียงคนเดียว เช่นนั้นแล้วเขาจะเป็นเช่นไร?”
“เจ้าเป็นนักหลอมอาวุธ เขาเป็นผู้คุ้มครองกระบี่ ขอแค่เพียงเจ้าผ่านการทดสอบในชั้นนั้นเขาเองก็จะถูกส่งตัวขึ้นไปด้วย”
“เช่นนั้นก็ดี ข้ายอมรับการทดสอบ!”
มู่เฉียนซีหันหัวกลับไปมองกู้ไป๋อีแล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ นี่เป็นการทดสอบหลอมอาวุธมิใช่การทดสอบปรุงยา เกรงว่าคงจะต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อย! ถ้าหากว่าระยะเวลาที่เจ้ารอคอยค่อนข้างนานก็ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”
กู้ไป๋อีพยักหน้ากล่าว “อื้ม! ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ดีที่จะรับรู้เข้าใจในกระบี่ ในตอนที่ข้ารอเจ้าข้าจะทำความเข้าใจในเจตจำนงของกระบี่ ซึ่งข้าก็คงจะไม่ได้สนใจระยะเวลาว่าผ่านไปนานเท่าใดเช่นกัน”
“เช่นนั้นก็ดี!”
หลังมู่เฉียนซีถูกส่งตัวไปยังห้องหลอมอาวุธ เสียงนั้นก็กล่าวขึ้น “การทดสอบของพวกเราหอหมื่นกระบี่ยังคงมีความเป็นมนุษย์เป็นอย่างมาก เราจะไม่ให้เจ้าทำการทดสอบที่ไม่มีทางทำสำเร็จอย่างแน่นอน ทั้งหมดนั้นจะถูกจั