านั้นแล้ว”
“เพียงแค่ชั่วครู่เดียวก็เข้าใจได้อย่างลึกซึ้งแล้ว เจ้าหมอนี่ช่างเป็นอัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญในกระบี่คนหนึ่งจริง ๆ”
“จะโจมตีสาวน้อยผู้นี้อีกต่อไปไม่ได้แล้ว เราต้องร่วมมือกันกำจัดเขาเสียก่อน!”
“อืม!”
ครั้นแล้วทั้งสองก็เข้าไปพัวพันกับกู้ไป๋อี ไม่สนใจมู่เฉียนซีอีกแล้ว
กู้ไป๋อีผู้ที่ไม่วอกแวกในตอนนี้ ยังคงแข็งแกร่งจนทำให้พวกเขาตกตะลึงพรึงเพริด
ฉึก! กระบี่ยาวเล่มหนึ่งแทงทะลุร่างของพวกเขา
“เงาจันทราหนาวเหน็บ!” พวกเขาไม่สนใจมู่เฉียนซี และจู่ ๆ มู่เฉียนซีก็ลงมือกับพวกเขาแล้ว!
กระบี่สองเล่มดูเหมือนว่าจะทำลายร่างของพวกเขาในเวลาเดียวกัน
พวกเขาทั้งสองยิ้มพลางกล่าวว่า “ไม่เลว! ฝีมือของพวกเจ้าไม่เลวเลย! หวังว่าพวกเจ้าจะมาสามารถผ่านชั้นที่สามไปได้นะ”
ครั้นแล้วทั้งสองก็ถูกส่งไปยังชั้นที่สามในทันใด
ถึงแม้ว่าสุดท้ายกู้ไป๋อีจะสามารถบดขยี้พวกเขาได้ แต่ร่างกายของเขาก็มีบาดแผลไม่น้อย
“เสี่ยวไป๋ ทำแผลก่อน!”
มู่เฉียนซีรักษาอาการบาดเจ็บให้กู้ไป๋อีด้วยความตั้งใจ แต่เขากลับจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยความเหม่อลอย
เพราะได้เจอกับนาง เขาถึงได้เข้าใจถึงวิชากระบี่ไร้ความปรานี แต่กลับไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด
ในวันนี้ เขาได้ตระหนักและเข้าใจถึงเจตนาของกระบี่ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ เจ้าเหม่อลอยอะไรเหรอ?”
กู้ไป๋อีตอบ “ข้าไม่ได้เหม่อ ข้าแค่กำลังมองเจ้า”
เขารับรู้ได้ว่าความอ่อนโยนในแววตาของตนเองน