นั่นก็คือเจ้าตำหนักตงจี๋ ไป๋อู๋ห่าย
ไป๋อู๋ห่ายหยุดฝีเท้าพลางยิ้มและกล่าวว่า “คราวนี้ต้องขอบคุณแผนที่ของอวิ๋นซิว ที่ทำให้พวกเราสามารถมาถึงที่นี่ได้อย่างราบรื่น”
“นายน้อยอวิ๋นซิวมีแผนที่พวกเราจึงมาถึงที่นี่ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เป็นใครกันกลับมาถึงได้เร็วกว่าพวกเรา? หรือว่าอีกฝ่ายก็มีแผนที่ด้วยหรือ?”
เฟิงอวิ๋นซิวตะลึงงัน มีเพียงเขาและเฉียนซีเท่านั้นที่มีแผนที่ หรือว่าเฉียนซีจะมาแล้ว
เขากล่าวด้วยเสียงต่ำว่า “ไม่ว่าใครจะมาถึงที่นี่ก่อนหน้าเรา แต่เราก็จะต้องนำกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้”
“ใช่!”
มู่เฉียนซีที่ซ่อนตัวอยู่ก็ตกตะลึงเช่นกัน “ผู้ที่มาถึงที่นี่ก่อนเรากลับไม่ใช่อวิ๋นซิว! เช่นนั้นเป็นใครกัน?”
กู้ไป๋อีกระซิบกล่าว “อวิ๋นซิว!”
ความรู้สึกที่คุ้นเคยในน้ำเสียงของเขา เป็นไปไม่ได้เลยที่กู้ไป๋อีจะไม่รู้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าได้ร่วมมือกับอวิ๋นซิวเพื่อหาเบาะแสของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ เมื่อไม่นานมานี้เราได้พบแผนที่ที่สมบูรณ์แล้ว ซึ่งคาดว่ามีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่รู้ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีใครที่เร็วไปกว่าพวกเราหนึ่งก้าว!”
“บางทีอาจมีคนมาที่นี่โดยไม่ได้อาศัยแผนที่ แต่ใช้วิธีอื่น”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ เกรงว่าคนผู้นั้นคงไม่ง่ายที่รับมือ!”
มู่เฉียนซีก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีคนข้างนอกจงใจปล่อยสมบัติล้ำค่าต่าง ๆ ออกมาเพื่อให้พวกเขาต่อสู้และชะลอเวลาไปได้ หรือคนที่ควบคุมทุกอย่างอยู่เบื