ีก็กล่าวแทรกขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที “เจ้าจะทำไม! หากเจ้าจะไปเอาจิตวิญญาณกระบี่นั่น ข้าก็อยากจะตัดคอเจ้าจริง ๆ”
“กู้ไป๋อี อย่าคิดว่าเจ้าเป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุดแล้วเจ้าจะไร้เทียมทาน ฆ่าไม่ตายนะ นั่นมันเป็นถึงจิตวิญญาณของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เชียวนะ ต่อให้มันแตกหักกระจัดกระจายออกไป แต่พลังของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ยอดฝีมือตัวเล็ก ๆ ในดินแดนสี่ทิศจะรับมือได้”
กู้ไป๋อีรู้สึกได้ว่ามู่เฉียนซีโกรธจริง ๆ แล้ว เขาไม่ได้เปล่งเสียงกล่าวแต่อย่างใด มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ ตอนนี้เจ้าต่างหากที่ต้องรีบออกไปจากที่นี่!”
กู้ไป๋อีกล่าว “ตกลง! เราออกไปจากที่นี่ด้วยกัน”
มู่เฉียนซีส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ตอนนี้ข้ายังไปไหนไม่ได้ ข้ารู้ว่าครั้งนี้มันอันตรายมาก แต่ข้าจำเป็นต้องมา เพราะว่าญาติสนิทมิตรสหายของข้าเข้ามาเสี่ยงอันตรายที่นี่! หากยังไม่แน่ใจว่าพวกเขาอยู่รอดปลอดภัย ข้าก็ยังกลับไปไม่ได้!”
“ซีเอ๋อร์…” กู้ไป๋อีขมวดคิ้วขึ้น
“เจ้าอย่าโน้มน้าวข้าเลย ในเมื่อข้ามาเหยียบถึงตรงนี้แล้ว นั่นหมายความว่าข้าได้ตัดสินใจดีแล้ว”
กู้ไป๋อีจะไม่เข้าใจนางได้อย่างไรกัน เขากล่าว “เช่นนั้นข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”
“ไม่ได้!”
“เจ้าไม่ไป ข้าก็ไม่ไป!”
“ข้าอยากจะตีเจ้าให้สลบแล้วโยนเจ้าออกไปจริง ๆ”
“พลังของซีเอ๋อร์ตีข้าสลบไม่ได้หรอก”
ตีให้สลบไม่ได้ วางยาพิษก็ไม่น่าจะได้ สีหน้าของมู่เฉียนซีดำคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ
คาดว่าซิงเฉิ