มุมปากของหลิงยกขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มและกล่าวว่า “นี่คือทักษะการสังหารหมู่ของตระกูลมู่ของเรา เมื่อครู่ซีเอ๋อร์ตกอยู่ในอันตรายข้าจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ หากซีเอ๋อร์อยากเรียนรู้อารองสามารถสอนเจ้าได้ แต่จิตสังหารนี้รุนแรงมาก ไม่เหมาะสำหรับเด็กผู้หญิง”
มู่เฉียนซียิ้มและกล่าวว่า “ในเมื่อไม่เหมาะ เช่นนั้นก็ไม่รบกวนท่านอารองให้สอนข้าแล้ว ท่านอารองยังนึกทักษะวิญญาณที่ทรงพลังอื่น ๆ ออกอีกหรือไม่?”
“ยังไม่มี แต่มีซีเอ๋อร์อยู่เคียงข้างข้า อารองจะต้องจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แน่”
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักจื่อเหลยฟังอาหลานพูดคุยกัน ก็ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองดูเท่านั้น
ตระกูลมู่ นี่มันคือตระกูลไหนกัน? หลิงไม่ใช่ว่าเป็นคนของตำหนักเป่ยหานหรอกเหรอ?
นอกจากนี้ยังมีอารอง แต่ไม่เคยได้ยินว่าผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายของตำหนักเป่ยหานมีญาติหรือหลานสาว
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างตัวสั่นว่า “พวกเจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้ากับสำนักจื่อเหลยของพวกเจ้า ไม่เคยมีความเคียดแค้นต่อกันมาก่อน แต่พวกเจ้าเริ่มเข้ามาก่อความวุ่นวาย ทำให้นกบ้าตัวนั้นหนีไปก็แล้ว ต่อมายังสาดน้ำสกปรกใส่พวกเรา หมายจะแย่งชิงสิ่งของของพวกเรา ทั้งยังคิดฆ่าท่านอารองที่สนิทของข้า พวกเจ้าคิดว่าข้าจะใจดีปล่อยพวกเจ้าไปรึ?”
พวกเขารู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่น่าขนลุกขนพองจากเบื้องหลัง คิดอยากจะรอดชีวิตในวันนี้เกรงว่าคงไม่ง่าย
“ข้าคือผู้อาวุโสสูงส