หลิงรู้สึกอับจนหนทาง เขาลืมไปได้อย่างไรว่าในตอนนี้หลานสาวของตนเองนั้นเป็นท่านผู้นำตระกูลมู่ เป็นนายท่านของกองกำลังที่ใครก็ไม่อาจดูถูกได้
มู่เฉียนซีไม่มีเวลาอธิบายให้หลิงฟัง นางกล่าว “อารอง ตอนนี้ข้ายังไม่ต้องการกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์”
“ซีเอ๋อร์ เจ้าไม่อยากเป็นนักปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วเหรอ?” หลิงกล่าวด้วยความไม่เข้าใจ
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มา มันยังไม่ใช่โอกาสที่เหมาะสม หากข้าได้มันมาก็มีเพียงแค่เส้นทางแห่งความตายที่รออยู่”
และแน่นอนว่าหลิงเองก็ไม่อยากให้มู่เฉียนซีมีอันตราย เขากล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อารองก็จะฟังซีเอ๋อร์”
“อารอง กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์นั้นอันตรายมาก ที่ข้ามาครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกให้อารองออกไปจากที่นี่”
“ท่านหัวหน้าตำหนักมีคำสั่งว่าไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ต้องเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้ ผู้อาวุโสสูงสุดก็มีคำสั่งมาด้วย ข้าไม่อาจจากไปไหนได้ ต้องเข้าร่วมการแย่งชิงในครั้งนี้ ซีเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ซีเอ๋อร์รีบออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ!”
“ไม่ได้เด็ดขาด หากอารองไม่ไป ข้าก็จะไม่ไป”
“ซีเอ๋อร์…” หลิงขมวดคิ้วขึ้น
“อารอง ในดินแดนสี่ทิศแห่งนี้ คาดว่ามีเพียงแค่อารองเท่านั้นแล้วที่เป็นญาติของข้า กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มันน่ากลัวมาก ข้าไม่อยากให้ศพเดินได้ในตอนนี้อย่างอารองต้องเป็นอันตรายถึงขั้นดวงจิตดับสลาย ความอันตรายของกร