ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ เขาจะแย่งชิงมันมาให้ได้
เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าทันทีที่เขาได้ย่างเท้าออกจากค่ายที่พักของตำหนักเป่ยหาน กลับเห็นมู่เฉียนซีกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
และทั้งสองก็ทำเหมือนกับไม่ได้เห็นหน้ากันมาก่อน
“หลิง ข้าบอกให้เจ้าหยุดเจ้าไม่ได้ยินเหรอ!” ภายในป่าศิลาเพลิง มีเสียงตะโกนเสียงหนึ่งดังขึ้น
ทว่า ร่างอันสูงใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าผู้นั้นกลับเดินมาด้วยสีหน้าที่เฉยเมย
“ข้าบอกให้เจ้าหยุดยังไงเล่า หยุด! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าเพิกเฉยต่อข้าเช่นนี้” หญิงสาวชุดม่วงที่วิ่งตามอยู่ด้านหลังนั้นกล่าวอย่างกระหืดกระหอบ
ฝีเท้าของหลิงยิ่งเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ แม่นางน้อยชุดม่วงที่ตามหลังอยู่ผู้นั้นพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะตามมาให้ทัน
เมื่อคนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ได้ยินเข้าก็อดที่จะสอดรู้สอดเห็นไม่ได้ หากรอสอบถามข่าวก็คงต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่ง พวกเขาอยู่ในตรงนี้ก็มีแต่หินมีแต่ป่า ช่างน่าเบื่อหน่าย ดังนั้นจึงเริ่มไปสอดแนมแล้ว
“ดูท่าข้าจะเดาถูกนะ สาวน้อยผู้สุรุ่ยสุร่ายผู้นี้ชอบท่านหลิงเข้าแล้วจริง ๆ!”
“ท่านหลิงมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก ดีกว่าท่านหัวหน้าตำหนักผู้ที่ไม่สำรวมตนผู้นั้นมาก”
“ท่านหลิงเองก็ใจโหดเหมือนกันนะ สาวน้อยรูปร่างหน้าตางดงามถึงเพียงนี้แล้ว แต่เขายังปฏิบัติต่อนางอย่างเย็นชาและไร้ความรู้สึกอยู่ได้”