มิได้โชคดีเช่นนั้น
เมื่อพวกเขาบินเข้ามาใกล้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาก็ได้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาเอง และแน่นอนว่าก็มีผู้บำเพ็ญภูตธาตุน้ำคอยช่วยเหลือเช่นกัน แต่เปลวเพลิงนั้นยิ่งสาดน้ำเข้าไปมันยิ่งลุกไหม้หนักขึ้น
ปัง!
“อ๊า!”
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาร่วงลงมาจากฝากฟ้าทีละตัว
จื่อโยวแค่นยิ้มออกมาแล้วกล่าว “เปลวเพลิงของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไฉนเลยพลังวิญญาณธาตุน้ำธรรมดาทั่วไปจะสามารถดับได้ คาดว่าก็คงจะมีแต่สาวน้อยคนงามเท่านั้นที่สามารถดับเพลิงนั้นได้อย่างเบาสบาย”
มู่เฉียนซีกล่าว “ที่แห่งนี้จะอยู่นานไม่ได้ พวกเราลงสู่พื้นดินก่อนค่อยว่ากันอีกที”
ซิงเฉินกล่าวรับ “รับทราบ!”
พวกเขาได้บินลงไปตรงแนวป่าที่อยู่รอบด้านภูเขาไฟนั้น ทว่าในตอนนี้ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นป่าแล้ว ต้นไม้ทั้งหมดได้ถูกเผาไหม้ไปเสียจนไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผง
พื้นผิวตรงนั้นเองก็ถูกเผาไหม้เสียจนเป็นหลุมบ่อ ก่อให้เกิดเป็นป่าหินสีแดงฉานขึ้นมา
เสาหินที่มีทั้งสูงและต่ำทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นคล้ายดั่งเขาวงกตก็มิปาน
หลังจากที่พวกเขาลงถึงพื้นแล้วก็รู้สึกว่าที่รอบด้านนั้นมีกลิ่นอายอยู่ไม่น้อย
กลุ่มกองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสามทั่วทั้งโลกาได้มาที่นี่แล้ว กลุ่มกองกำลังขั้นสำนักนิกายสองระดับครึ่งก็ล้วนแต่มาพร้อมแล้ว แล้วก็ยังมีกลุ่มกองกำลังขั้นสำนักนิกายระหนึ่งบางพวกที่ไม่กลัวตายก็มาร่วมคึกครื้นด้วย
จำนวนคนนี้หากนำมารวมด้วยกันจะต้องเป็