ตัดสินชะตาของตำหนักเซียวอวิ๋นของพวกเขา เขาไม่มีทางอยากพ่ายแพ้แน่นอน
มู่อีจัดเตรียมที่นั่งนุ่ม ๆ ให้มู่เฉียนซี และมู่เฉียนซีก็เอนกายอ่านตำราการหลอมอาวุธเหล่านั้น
เซียวโม่กำลังอยู่ในการประลองที่ตึงเครียด ส่วนมู่เฉียนซีก็อ่านตำราอยู่เพียงผู้เดียวอย่างเงียบ ๆ
เมื่อคนอื่นเห็นเช่นนี้ก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น “เวลานี้แล้วนึกไม่ถึงเลยว่าแม่นางมู่ยังมีจิตใจมานั่งเอนกายนั่งอ่านตำราเช่นนี้อีก”
ผู้ที่สายตาดีล้วนแต่มองเห็นว่ามู่เฉียนซีกำลังอ่านสิ่งใดอยู่
“นึกไม่ถึงเลยว่าแม่นางมู่จะมานั่งอ่านตำราการหลอมอาวุธ นี่นางคงจะไม่มาเรียนรู้การหลอมอาวุธเอาตอนนี้หรอกกระมัง!”
“เวลาอันสั้นเช่นนี้จะเรียนรู้การหลอมอาวุธได้อย่างไรกัน! นางก็แค่ทำเรื่องที่มันไร้ประโยชน์ก็เท่านั้น”
“นั่นน่ะสิ คน ๆ เดียวมีพรสวรรค์ในการปรุงยาได้อย่างวิปริตเช่นนั้น การหลอมอาวุธไม่มีทางวิปริตไปได้แน่นอน”
ของล้ำค่าในกล่องของตำหนักเซียวอวิ๋น สำหรับมู่เฉียนซีแล้วช่วยเพิ่มฝีมือในการหลอมอาวุธให้นางได้เป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่า ทุกอย่างยังต้องดูสถานการณ์การประลองจริงด้วย
เซียวโม่สมกับเป็นนายน้อยแห่งตำหนักเซียวอวิ๋น ไม่ทำให้ตำหนักเซียวอวิ๋นผิดหวังเลยจริง ๆ เขาได้หลอมอาวุธวิญญาณระดับแปดขั้นสูงสุดออกมา
ส่วนฝ่ายตรงข้ามได้หลอมกระบี่ระดับแปดขั้นธรรมดาออกมาเท่านั้น และแน่นอนว่าต้องพ่ายแพ้ไป
ดวงตาของมู่เฉียนซีเปล่งประกายขึ้น ระดับแปดเหรอ เมื่อก่อนเขายัง