ยงเศษสวะเท่านั้น
มันอยากที่จะกลืนจิตวิญญาณของสตรีที่น่าขยะแขยงนี้
มู่เฉียนซียิ้มและกล่าวกับมันว่า “นางมีสิ่งช่วยชีวิตมากมายติดตัวและคงไม่ง่ายที่จะฆ่านางได้ แต่ข้ามีของขวัญมอบให้นางแล้ว”
มู่เฉียนซีมองไปที่ไป๋เหยียนเอ๋อร์พลางยิ้มและกล่าวว่า “เจ้าก็น่าจะรู้จักข้าดี ข้ามู่เฉียนซีไม่เคยพ่ายแพ้ และยิ่งไปกว่านั้นคือเจ้าที่ต้องยอมแพ้! นำพลังทั้งหมดของเจ้าออกมาเถอะ! อย่ามัวแต่ทำท่าทำทางอยู่เลย”
เห็น ๆ กันอยู่ว่าไป๋เหยียนเอ๋อร์แทบอดไม่ได้ที่จะเอามีดไปกรีดนางนับหมื่นนับพันบาดแผล แต่กับทำท่าทางดั่งว่าทำร้ายนางเพียงเล็กน้อยก็ประหนึ่งมีมีดกรีดใจ ช่างทำให้นางรำคาญแทบตายเสียจริง
จากนั้นร่างของมู่เฉียนซีก็พุ่งเข้าไป มุมปากปรากฏรอยยิ้มที่เย็นชา
ธาตุน้ำกระจายออกไปรอบ ๆ และปะทะเข้าใส่หมอกสีดำ
“ทักษะโยวหลัว!”
ตูม! เสียงดังสนั่น
มีหมอกสีดำป้องกันอยู่ เมื่อเผชิญกับการโจมตีนี้ของมู่เฉียนซีไป๋เหยียนเอ๋อร์จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เพียงแค่ถอยไปไม่กี่ก้าวเท่านั้น
นางรีบทรงตัวพลางถอนหายใจและกล่าวด้วยเสียงต่ำว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้าต้องการที่จะต่อสู้กับข้าอย่างเอาเป็นเอาตายจริงหรือ?”
มู่เฉียนซีหัวเราะเยาะ “นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเองก็ต้องการหรอกเหรอ?”
“ข้า…ข้าไม่ได้…”
“เหอะ เหอะ! ไม่งั้นเจ้าก็เก็บมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์แม่นยำนี่ซะ แล้วมาสู้กับข้า”
“ข้า…”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์เสแสร้งเท่าไหร่ มู่เฉียนซีก็ยิ่งยุแหย่ต่อหน้าผู้คนเท่าน