การกดดันของทั้งสามฝ่ายทำให้คนเหล่านั้นเกิดความกระสับกระส่าย ดูเหมือนว่าจะถูกปราบปรามก็มิปาน
และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางยอมรามือง่าย ๆ แน่
ผู้อาวุโสจ้าวแห่งสำนักต้าเหยี่ยน กองกำลังระดับสองครึ่งออกมาผายอกยืนกรานว่า “พวกเจ้าต้องการจะปกป้องตำหนักเซียวอวิ๋นจริง ๆ หรือ”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตาเฒ่า นี่เจ้าพูดจาไร้สาระอะไรของเจ้าอีก?”
สีหน้าของผู้อาวุโสจ้าวเขียวคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ “แต่พวกข้ามาในครั้งนี้ ไม่มีทางที่จะกลับไปมือเปล่าแน่นอน อย่างน้อยเจ้าตำหนักเซียวก็ต้องออกมาชี้แจงกับพวกข้าสักหน่อย!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตำหนักเซียวอวิ๋นเป็นทายาทของท่านปรมาจารย์เหยียน ถ้าหากมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ต้านสวรรค์อยู่ที่ตำหนักเซียวอวิ๋นจริง ตำหนักเซียวอวิ๋นจะเป็นเพียงแค่กองกำลังระดับสองได้อย่างไรกันล่ะ”
ผู้อาวุโสจ้าวกล่าว “ต่อให้ไม่มีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ แต่พวกเขาก็เป็นทายาทของท่านปรมาจารย์เหยียน เช่นนั้นก็ต้องมีเบาะแสอะไรบางอย่างแน่นอน”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “เบาะแส มีสิ! ก็แค่แผนที่อันหนึ่ง”
ทุกคนต่างตกอยู่ในความโกลาหล ดวงตาของพวกเขาร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้ง
แผนที่ มีแผนที่แล้ว เช่นนั้นก็สามารถตามหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เจอน่ะสิ
มู่เฉียนซีเอ่ยปากกล่าวว่า “พวกเรามาเดินพันกันดีหรือไม่?”
“เดิมพัน!” ทุกคนตกใจขึ้น “กองกำลังของพวกเจ้าส่งคนออกมาสามคนเพื่อที่จะท้าประลองกับพวกข้า แบ่งออกเป็นรุ่น