นักเซียวไอค่อกแค่ก พลางมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยความละอายใจ
“พลังของข้าไม่แข็งแกร่งพอ ข้าแพ้แล้ว!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตอนนี้เราชนะหนึ่ง แพ้หนึ่ง ยังมีอีกสองสนาม ท่านเจ้าตำหนักเซียวไม่ต้องกังวลใจไป”
หัวหน้าหอปี้ลั่วคนเก่าลงประลองในสนามถัดมา และฝ่ายตรงข้ามก็ได้ส่งชายชราผู้หนึ่งออกมาประลอง
เมื่อเห็นชายชราผู้นั้น จื่อโยวก็ร่นตัวถอยไปข้าง ๆ มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “คนงาม ตาเฒ่านั่นเป็นตาเฒ่าของนังหมิงจีชั่วร้ายนั่น เกรงว่าพวกเราต้องพ่ายแพ้อีกแน่นอน จะให้ข้าลงมือทำให้เจ้านั่นหายสาบสูญไปดีหรือไม่!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เดิมทีการประลองสนามนี้ไม่ควรจะแพ้ แต่ตอนนี้ได้เพิ่มการประลองขึ้นมาอีกสนามหนึ่ง เมื่อถึงตอนนั้นก็คงต้องพึ่งดวงแล้วล่ะ”
จื่อโยวกล่าว “อืม! เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน”
ปัง! ต้องยอมรับเลยว่าสุนัขรับใช้ของหมิงจีผู้นี้มีพลังที่แข็งแกร่งมาก
หัวหน้าหอปี้ลั่วคนเก่าผู้มีพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับสูงสุดถูกโจมตีจนร่างกระเด็นลอยไปภายในสิบกระบวนท่า อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย
สีหน้าของผู้อาวุโสจ้าวเผยความดีอกดีใจออกมา “ฮ่า ๆ ๆ! แพ้ไปสองในสาม พวกเราชนะแล้ว! หอปี้ลั่ว ฝีมือก็ไม่เท่าไหร่นี่”
มู่เฉียนซีกล่าว “ผู้อาวุโสจ้าว แก่แล้วสงสัยความจำจะไม่ดี พวกเจ้าจะชนะได้อย่างไรกันล่ะ! อย่าลืมสิว่ายังมีอีกสนาม!”