ผลดีต่อเจ้า”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “เขารู้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ไหนแต่ไรมาพวกเราไม่เคยปิดบังข่าวสารต่อฝ่ายตรงข้าม รอจนเมื่อหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จนพบแล้ว ต่างฝ่ายต่างจะพึ่งพากำลังของตนเองเพื่อให้ได้มา”
ใบหน้าของเจ้าตำหนักเซียวสาดแววของความตกตะลึงออกมา นึกไม่ถึงว่ามู่เฉียนซีจะเชื่อมั่นในเฟิงอวิ๋นซิวขนาดนี้
นายน้อยอวิ๋นซิวแห่งตำหนักตงจี๋เป็นอัจฉริยะที่สูงส่งและลึกลับผู้หนึ่ง บางที่สวรรค์อาจจะมิได้อยากทำลายตำหนักเซียวอวิ๋นของพวกเขา
มู่เฉียนซีกล่าวต่อ “ถ้าหากมีหอปี้ลั่วเพิ่มเข้ามาอีกด้วยเล่า!”
“กองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสองครึ่งแห่งนั้น หอปี้ลั่ว!” เจ้าตำหนักเซียวยิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่
“หากเจ้าตำหนักเซียวส่งคนไปละก็ แน่นอนว่าพวกเขาจะมาช่วยเหลือ เช่นนี้แล้วหากเพิ่มตำหนักเซียวอวิ๋นของพวกท่านเข้าไป ถึงให้พวกเขาอยากจะบุกเข้ามา มันก็คงจะไม่ง่ายดายเช่นนั้น!”
เจ้าตำหนักเซียวกล่าว “ทั้งหมดนี้คงต้องฝากแม่นางมู่ด้วยแล้ว หากตำหนักเซียวอวิ๋นของข้าสามารถรอดคราวเคราะห์ในครั้งนี้ไปได้ จากนี้ไปพวกเราตำหนักเซียวอวิ๋นจะฟังคำสั่งจากหอหมอปีศาจ”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น แต่ว่าหลังจากนี้ไปสามารถเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันได้ นั่นก็ไม่เลว!”
มู่เฉียนซีเดินออกไปและมองไปยังเงาร่างสีดำนั้นแล้วยิ้มพร้อมกล่าว “อวิ๋นซิว มีข่าวดีแล้วล่ะ!”
ดวงตาสีเหลืองอำพันที่สวยงามคู่นั้นของเฟิงอวิ๋นซิวส