อวิ๋นซิวกล่าว “การได้แผนที่นี้มาข้าเองก็มีส่วนด้วยเช่นกัน เฉียนซีต้องการที่จะช่วยเหลือ แน่นอนว่าข้าก็จะไม่ยืนเก็บมือคอยยืนมองอยู่ด้านข้างแน่ แต่หากเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มกองกำลังใหญ่ต่าง ๆ มันก็มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก”
“มีความเสี่ยงก็ต้องลองดู!”
ผู้คนที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกตำหนักเซียวอวิ๋นนั้นมากเข้าไปทุกทีแล้ว เฟิงอวิ๋นซิวได้ออกไปแล้วกล่าวด้วยปากตนเอง “เพื่อที่จะแย่งชิงสิ่งของที่พวกเจ้าไม่แน่ใจว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่และมาเผชิญหน้ากับตำหนักเซียวอวิ๋นเช่นนี้ พวกเจ้าจะสะเพร่าไปหน่อยหรือไม่? อะไรที่สามารถปราณีผู้อื่นได้ก็จงปราณี”
“นั่นนายน้อยอวิ๋นซิว!”
“นายน้อยอวิ๋นซิวก็มาด้วย”
“ตำหนักตงจี๋เองก็อดไม่ได้ลงมือเสียแล้ว”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “วันนี้มีข้าอยู่ พวกเจ้าอย่าได้คิดแตะต้องตำหนักเซียวอวิ๋น ถ้าหากไม่อยากเป็นศัตรูกับตำหนักตงจี๋ ขอให้พวกเจ้าจงจากไปโดยเร็ว”
ทันทีที่เฟิงอวิ๋นซิวได้ยกตำหนักตงจี๋ขึ้นมามันก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัวไปอยู่หลายส่วน
แต่ความหวาดกลัวนี้ก็ไม่อาจต้านทานความล่อตาล่อใจของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้
“ที่นายน้อยอวิ๋นซิวกล่าวเช่นนี้เกรงว่าคงจะได้ประโยชน์อะไรจากที่ตำหนักเซียวอวิ๋นมอบให้กระมัง! พวกเราจะไม่จากไปง่ายดายเช่นนั้นแน่นอน นอกเสียจากเจ้าตำหนักเซียวจะนำกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ออกมามอบให้”
“ใช่! ส่งมอบกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มา”
“คิก ๆ!” เสียงหัวเราะเบา ๆ เสียงหนึ่งล