เศษหลากชนิดของหอหมอปีศาจของข้า”
ดวงตาสีเขียวอ่อนคู่นั้นได้สาดประกายอันเย็นวาบออกมาทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บ
หากเป็นผู้แข็งแกร่งผู้อื่น พวกเขายังอยากที่จะออกมาโต้เถียงสักสองสามประโยค
แต่ด้วยการกดดันจากพลังวิญญาณของมู่เฉียนซีที่พุ่งกวาดออกไปเช่นนั้นพวกเขาจึงทำได้แต่ก้มหัว สีหน้าซีดเผือดแล้วไม่กล้ากล่าวอะไร
“หึ หึ หึ! เรื่องใหญ่โตเช่นนี้กลับไม่บอกกล่าวพวกเราหอปี้ลั่ว โชคดีที่ข้ามาได้ทันเวลา”
หลังจากที่เสียงอันเย้ายวนเสียงหนึ่งได้ดังลอยออกมา เงาร่างสีเขียวมืดเงาหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของเหล่าผู้คน ยอดฝีมือทั้งหมดของหอปี้ลั่วนั้นราวกับว่าได้ยกกันออกมาทั้งรัง
“หอปี้ลั่วก็มาด้วยแล้ว!”
“อีกทั้งยังนำยอดฝีมือมาจำนวนมากเช่นนี้!”
“……”
สีหน้าของทุกคนได้เผยแววของความตกตะลึงออกมา ไม่คิดว่าหอปี้ลั่วที่มีกำลังเข้มแข็งนั้นจะมาร่วมแบ่งผลประโยชน์ด้วย
จื่อโยวกล่าว “ฮูหยินของนายท่านของพวกเราไม่อยากให้ตำหนักเซียวอวิ๋นถูกพวกกลุ่มกำลังผสมมั่วเช่นนี้ทำลายเสีย ดังนั้นแล้ว! หากพวกเจ้าคิดจะแตะต้องตำหนักเซียวอวิ๋นก็ต้องเอาชนะพวกเราให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
พวกเขากล่าวด้วยความตกตะลึง “หอปี้ลั่วนี่กินยาผิดไปแล้วกระมัง! พวกนั้นกลับมาเพื่อที่จะช่วยเหลือตำหนักเซียวอวิ๋น”
“ตำหนักเซียวอวิ๋นมีรูปการณ์ที่ดีเช่นนั้น นายน้อยอวิ๋นซิวยืนอยู่ฝั่งเดียวกับพวกเขาก็ยังไม่ว่า หมอปีศาจเองก็ออกโรงช่วยเหลือ แล้วยังจะมีหอปี้ลั่