ับนางอย่างแน่นอน
“ซีเอ๋อร์…” สุ่ยจิงอิ๋งเองก็เงียบงันไป
พวกนางนั้นมีพันธสัญญาด้วยชีวิต นางสามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดและสิ้นหวังของมู่เฉียนซีได้อย่างชัดเจน
ผู้ทำพันธสัญญาของนางไม่เคยที่จะโศกเศร้าเช่นนี้มาก่อน
“ซีเอ๋อร์ เจ้าจะเป็นอะไรไปไม่ได้ เจ้ายังมีญาติพี่น้องของเจ้า…”
ผู้ที่สามารถจะนำมาโน้มน้าวให้ซีเอ๋อร์มีเหตุผลและไม่บินเข้ากองไฟไปตายกับจิ่วเยี่ยได้ก็คงจะมีเพียงแต่ญาติของนางเท่านั้นแล้ว
ท่านอาน้อย อารอง บิดาผู้มิได้ดีเลิศ อีกทั้งยังมีพี่ชายและมารดา มู่เฉียนซีตะลึงงันไปเล็กน้อย
นางมองไปยังเงาร่างสีดำนั้น ชุดคลุมสีดำสนิทที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงของเขา จิตสังหารอันน่าสะพรึงนั้นราวกับมันจะทำให้โลกทั้งใบตายไปจนเงียบงัน
เขาไร้ความปราณีเสียยิ่งกว่าเทพแห่งความตายและโหดเหี้ยมเสียยิ่งกว่าเทพมาร
แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่สามารถที่จะปล่อยมันไปได้อย่างง่ายดาย
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “สุ่ยจิงอิ๋ง ข้าอยากจะลองดูเป็นครั้งสุดท้าย! เดิมพันครั้งสุดท้าย! ถ้าหากไม่ไหวละก็จงส่งตัวข้าออกไปในตอนที่ข้ายังมีลมหายใจสุดท้ายอยู่ ข้าเชื่อมั่นในทักษะการรักษาของตนเอง ข้าจะไม่ตายหรอก!”
นางยังมีความกังวลเกี่ยวกับญาติสนิท แต่ก็ไม่อยากที่จะปล่อยจิ่วเยี่ยไปเช่นนี้เหมือนกัน ถึงแม้ว่าทั้งตัวนั้นจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่นางก็จะต้องยืนหยัดให้ถึงที่สุดถึงจะพอใจ