ิของตนเองแล้ว และกู้เสี้ยวเทียนเองก็รู้สึกได้เช่นกันว่าผนึกวิญญาณของตนเองนั้นถูกกำจัดไปแล้ว
นี่มัน เป็นไปได้ยังไง?
ในที่แห่งนี้ นอกจากองค์ชายจิ่วเยี่ยแล้ว ยังมีผู้ใดที่มีความสามารถในการกำจัดผนึกวิญญาณของเขาได้อีก
ในตอนนี้องค์ชายจิ่วเยี่ยกำลังต่อสู้รับมืออยู่กับเขา เช่นนั้นแล้วยังมีผู้ใด…
เขามองไปยังทิศทางที่ผนึกวิญญาณสูญหายไป ทันใดนั้นพลังอันน่าสะพรึงกลัวของจิ่วเยี่ยก็พุ่งเข้ามาครอบคลุมเขาเอาไว้
พลังแห่งความตายอันมืดมิดซึ่งเป็นพลังที่แปลกประหลาดที่สุดในโลกนี้ได้โจมตีไปที่กู้เสี้ยวเทียน สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปโดยพลัน
ตูม! การโจมตีนี้ได้ตกลงไปบนใบหน้าข้างซ้ายของกู้เสี้ยวเทียน
ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นราวกับถูกหลุมดำกลืนกินไปก็มิปาน นอกจากเลือดเนื้อจะสูญสลายหายไปแล้ว แม้แต่กระดูกขาวก็ไม่เหลือ
กู้เสี้ยวเทียนตัวแข็งทื่อด้วยความเจ็บปวดทรมาน เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “องค์ชายจิ่วเยี่ยยังเป็นคนที่โหดเหี้ยมเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เย็นชาไร้ความปรานี! โชคดีที่พลังของท่านในตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน มิเช่นนั้นการโจมตีนี้ ข้าก็คงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!”
“ข้าจะไม่ให้โอกาสองค์ชายจิ่วเยี่ยทำให้ข้าบาดเจ็บได้อีกแล้ว!”
กู้เสี้ยวเทียนที่ถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสก็เริ่มโหดเหี้ยมขึ้นแล้ว แต่จิ่วเยี่ยไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่มู่เฉียนซีกำจัดผนึกวิญญาณสำเร็จ นางก็ได้กลายเป็นเ