านานถึงเพียงนี้แล้ว เจ้าไม่เพียงแต่จะเอาคัมภีร์หมื่นคำสาปมาไม่ได้ แถมยังทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพนี้อีก ช่างเป็นสวะที่ไร้ประโยชน์จริง ๆ”
จู่ ๆ ร่างของคนผู้หนึ่งในชุดคลุมยาวสีดำก็ได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทั่วทั้งร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยหมอกควันสีดำ ทำให้มองเห็นรูปร่างหน้าตาของคนผู้นั้นไม่ชัดเจน
กู้เสี้ยวเทียนกล่าว “หากข้าไม่เจอกับหายนะผู้นี้ ข้าก็คงจะไม่เจอกับจุดจบเช่นนี้หรอก”
คนผู้นั้นเผยสีหน้าตกใจขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้น “อ๋อ! ที่แท้ก็เป็นองค์ชายจิ่วเยี่ยนี่เอง!”
“คารวะองค์ชายจิ่วเยี่ย!”
เขามองไปที่จิ่วเยี่ยและก้มคำนับลง ท่าทางดูเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง
“องค์ชายจิ่วเยี่ยช่างเป็นคนที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยมไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ ถูกเผ่าคำสาปของข้าสาปคำสาปใส่เช่นนั้นแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่ายังจะสามารถควบคุมมันได้มาเป็นสิบกว่าปี โลกนี้ คาดว่าคงจะมีเพียงแค่องค์ชายจิ่วเยี่ยเท่านั้นแล้วที่สามารถทำได้”
“ท่านยิ่งแข็งแกร่งไร้เทียมทานเช่นนี้ ข้าก็ยิ่งอยากจะทำลายท่าน…”
ตูม! เขายังพูดไม่ทันจบก็ถูกจิ่วเยี่ยโจมตีใส่เข้าแล้ว
พูดจาไร้สาระมากเกินไปแล้ว!
คนที่สาปคำสาปจิ่วเยี่ยก็คือเผ่าคำสาปนั่นกระมัง! มู่เฉียนซีเคยเจอคนเช่นนี้มาก่อนที่เมืองเฮยตู นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะปรากฏตัวมากระทำความชั่วอีกครั้ง แล้วก็นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้ากลุ่มคนประหลาดและน่ากลัวกลุ่มนี้คิดจะพยายามทำลายจิ่วเยี่ย หากต่อ