้ใดรับรู้ได้ว่ามีเงาร่างดำเงาหนึ่งได้บุกเข้ามาในกระโจมของตัวประกันอย่างมู่เฉียนซีแล้ว
จิ่วเยี่ยได้แก้การยับยั้งพลังให้กับมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เราไปหาทางเข้าของคลังเก็บของล้ำค่านี้กันเถอะ!”
มังกรคู่ที่ขนานกันนี้ดูเหมือนกันมาก แต่มีมังกรตัวหนึ่งที่บนหน้าผากมีรอยรอยหนึ่งอยู่
มู่เฉียนซีเอากุญแจเทพเผ่ามังกรออกมา และพบว่ามีลักษณะเหมือนกัน
มู่เฉียนซีกล่าว “ถึงแม้ว่าข้าจะเชื่อมั่นในยาพิษของข้ามาก แต่หากมีคนนอกย่างกรายเข้ามา คงต้องให้เจ้าเป็นคนจัดการ เจ้าแอบซ่อนตัวเฝ้าอยู่ตรงนี้นะ”
“ไม่ได้!” คำตอบของจิ่วเยี่ยมักจะเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ
นางกล่าวต่อว่า “ตอนนี้คัมภีร์หมื่นคำสาปอยู่ข้างใน เจ้ายังยับยั้งคำสาปในร่างของเจ้าได้ แต่หากเจ้าเข้าไปใกล้มัน เกรงว่า…”
จิ่วเยี่ยดึงร่างของมู่เฉียนมากอดไว้ในอ้อมกอด เขากล่าวเสียงขรึมว่า “ข้าบอกเจ้าแล้ว ไม่ได้ก็คือไม่ได้! ข้าจะไปกับเจ้า”
“เจ้าเข้าไปก็เป็นตัวถ่วงอยู่ดี เจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่ดีกว่า!” น้ำเสียงอันเย่อหยิ่งดังขึ้น ลำแสงสีเขียวอ่อนลำแสงหนึ่งได้ห่อหุ้มร่างของมู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยไว้
มู่เฉียนซีมองไปที่ชายหนุ่มผู้งดงามเปรียบประดุจภาพวาดของเหล่าทวยเทพที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านางผู้นั้น “อาถิง!”
อาถิงกล่าว “หญิงอัปลักษณ์ เจ้าหยุดอึ้งได้แล้ว ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้าจะควบคุมเจ้าบ้านี่ได้นานแค่ไหน เจ้ารีบไปเปิดประตูเถอะ!”
มู่เฉียนซี “ได้!”
จิ่ว