จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงขรึมว่า “เมื่อคัมภีร์หมื่นคำสาปปรากฏ ข้าก็จะเป็นผู้ที่อันตรายมาก เผ่ามังกรจะดับสูญหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ข้าไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นกับซี”
ผลที่เลวร้ายที่สุดก็คือเผ่ามังกรจะถูกทำลาย เมื่อการสังหารสะสมจนถึงขั้นนั้นก็น่าจะเพียงพอที่จะสนองคำสาปแล้ว และทุกอย่างก็จะสงบลง
ตราบใดที่มู่เฉียนซีไม่อยู่ นางก็จะไม่มีอันตราย
สุ่ยอู๋ซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินคำพูดนี้มุมปากก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย บอกว่าเผ่ามังกรจะดับสูญก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญต่อหน้าเขาผู้เป็นหัวหน้าเผ่ามังกรวารีเช่นนี้ มันน่าฟังเหรอ
มู่เฉียนซีกล่าว “ก็ได้! หลังจากนี้ครึ่งเดือนเจ้าก็ตีหัวข้าให้สงบแล้วค่อยส่งข้ากลับไปก็แล้วกัน มิเช่นนั้นก็อย่าหวังเลยว่าจะให้ข้าไปจากที่นี่ได้ ในเมื่อเจ้าได้คิดแผนเลวที่สุดเช่นนี้ออกมาแล้ว ข้าก็คงจะห้ามเจ้าไม่ได้แล้ว”
“ข้าไม่อยากทำร้ายซี!”
มู่เฉียนซีกล่าวต่อว่า “อ๋อใช่! แล้วก็อย่าคิดว่าข้าจะกลับมาไม่ได้ล่ะ เจ้าคอยดูเองก็แล้วกัน! เมื่อถึงตอนนั้นข้าก็จะคอยดูว่าคนอย่างองค์ชายจิ่วเยี่ยจะถูกคำสาปในร่างกลืนกินเช่นไร เจ้าว่าดีหรือไม่!”
เผชิญหน้ากับมู่เฉียนซีที่เป็นเช่นนี้ จิ่วเยี่ยรู้สึกจนปัญญาเป็นอย่างมาก
หากเป็นซีคนเดียว เขาก็สามารถส่งกลับไปได้อย่างง่ายดาย แต่นี่นางกลับมีพันธสัญญามากมายและรับมือได้ยากมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดอกบัวหงส์เก้ากลีบผู้ที่ควบคุมมิติ
ถึงแม้ว่าพลังของนางในตอนนี้จะ