เขาบ้าคลั่งขึ้นมา
จิ่วเยี่ยกลับใช้พลังของตนเองยับยั้ง ใช้สติปัญญาของตนเองระงับมันเอาไว้ จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงขรึมว่า “ซี ซากปรักหักพังของสุสานมังกรปรากฏขึ้นแล้ว คัมภีร์หมื่นคำสาปได้เผยกลิ่นอายออกมาแล้ว ช่วยข้า…”
มู่เฉียนซีกล่าว “อืม! เราสองคนต้องช่วยกันยับยั้งมันเอาไว้ให้ได้ ห้ามแพ้เด็ดขาด!”
มู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยพยายามยับยั้งคำสาปเอาไว้อย่างสุดชีวิต เฮยเย้าเองก็รับรู้ได้ถึงบางอย่างแล้วเช่นกัน เขาจึงรีบมาหามู่เฉียนซีทันที
“ท่านมู่ การเคลื่อนไหวนี้เก้าในสิบส่วนบอกว่าซากปรักหักพังของสุสานมังกรได้ปรากฏขึ้นแล้ว แล้วเราจะทำเช่นไรต่อไป?”
ซากปรักหักพังของสุสานมังกรปรากฏขึ้นเช่นนี้ สุ่ยอู๋ซินเองก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน
เพราะนั่นมันหมายถึงได้หาคลังเก็บของล้ำค่าของเผ่ามังกรเจอแล้ว จากนั้นก็จะได้ไข่มุกมังกรวารีศักดิ์สิทธิ์มา และช่วยท่านมังกรวารีฟื้นฟูพลังกลับมาดังเดิม
“นี่ซากปรักหักพังของสุสานมังกรปรากฏขึ้นแล้วจริง ๆ เหรอ เมื่อก่อนซากปรักหักพังของสุสานมังกรก็เคยปรากฏมาแล้ว แต่ก็ไม่เคยเกิดการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้มาก่อนเลย” สุ่ยอู๋ซินกล่าวด้วยความประหลาดใจ
เมื่อก่อนไม่เคยเกิดการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อนนั่นอาจเป็นเพราะว่าคัมภีร์หมื่นคำสาปอยู่อย่างสงบมาโดยตลอด ทว่า ตอนนี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว คัมภีร์หมื่นคำสาปได้รวมตัวกันกับคำสาปที่น่ากลัวที่สุด จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ยิ่