หัวหน้าเผ่ามังกรวารี แต่ก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ยาวนาน ไม่เคยออกไปจากแดนมังกร ดังนั้นจึงไม่ได้รู้มากมายนัก แต่หากท่านมู่อยากจะรู้แล้วละก็ ข้าสามารถบอกในสิ่งที่ข้ารู้ให้กับท่านมู่ฟังได้นะ”
สุดท้าย สุ่ยอู๋ซินก็ไม่มีแม้แต่โอกาสจะปริปากเล่า
“ในเมื่อเจ้าไม่ได้รู้อย่างชัดเจนก็ไม่ต้องเล่าหรอก” น้ำเสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น
เขากอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น ก่อนจะกล่าวว่า “ซีรักษามังกรทองเหล่านี้เหนื่อยแล้ว เจ้าไสหัวไปได้แล้ว”
แววตาของจิ่วเยี่ยเผยจิตสังหารออกมาเพื่อขับไล่เขา และสุ่ยอู๋ซินเองก็ไม่อยากถูกท่านผู้นี้ฆ่าตายในขณะที่ยังไม่ได้เจอท่านมังกรวารี ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่รีบเดินจากไปเท่านั้น
จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีกลับมาในห้อง ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงกล่าวแต่อย่างใด ริมฝีปากของเขาก็จู่โจมจูบริมฝีปากของนางแล้ว
จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงต่ำว่า “ซีอยากรู้เรื่องใด เมื่อถึงเวลาข้าจะเป็นคนเล่าให้ซีฟังเอง”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงขึ้น “เจ้าก็รู้เรื่องของหลิงเทียนผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ด้วยอย่างนั้นเหรอ”
จิ่วเยี่ยกล่าว “อืม! ข้ารู้ และรู้มากกว่าที่เจ้ามังกรวารีน้อยตัวนั้นรู้เสียอีก”
“เยี่ยมไปเลย!”
“ซี ข้าไม่สบาย ต้องการเจ้า!”
จากนั้นเส้นผมหนาสีดำขลับนั้นได้พัวพันกัน เนื้อแนบเนื้อราวกับว่าไม่สามารถแยกทั้งสองออกจากกันได้อีกตลอดกาล
ดูเหมือนว่าจิ่วเยี่ยจะเอาเปรียบนางเหมือนทุกครั้งที่ผ่านม