“ฮ่า ๆ ๆ! เป็นขันทีก็ต้องตัดเจ้าโลกออก ใช่ ตัดเลย!” เสี่ยวหงไม่กลัวใต้หล้าจะวุ่นวายเลย
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้น “จิ่วเยี่ย ไม่ได้นะ! ข้าไม่อยากมีสัตว์พันธสัญญาเป็นขันที”
“กล้าบอกรักซี หากไม่ตัดเจ้าโลกให้เป็นขันที เช่นนั้นก็ต้องฆ่าทิ้ง!”
“จิ่วเยี่ย!” เจ้าหมอนี่หึงให้มันน้อย ๆ หน่อยไม่ได้หรือยังไง!
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้แน่น และกล่าวว่า “จะให้ข้าปล่อยเจ้าแมวบ้านั่นก็ได้ แต่ซีต้องบอกรักข้าก่อน เป็นเช่นไร?”
“ข้าไม่เคยได้ยินคำนั้นมาก่อนเลยสักครั้ง” จิ่วเยี่ยกระซิบเสียงแผ่ว
มู่เฉียนซีเงยหน้ามองจิ่วเยี่ย ใบหูร้อนผ่าวเล็กน้อย ต้องพูดคำสามคำนั้นกับจิ่วเยี่ยจริง ๆ เหรอ?
จิ่วเยี่ยขยับเข้าใกล้ใบหน้าของมู่เฉียนซีมากขึ้น ไอร้อนนั้นได้แผ่ซ่านมากระทบใบหน้าของนาง ทำให้ใบหน้าขาวนวลนั้นร้อนผ่าวจนแดงก่ำขึ้นแล้ว
“อยู่ต่อหน้าข้า ซีไม่ต้องเขิน!”
“ข้า…”
“ข้าว่าวันหลังดีกว่านะ!”
“ไม่ได้ เช่นนั้นวันนี้ข้าก็จะทำให้เจ้าแมวนั่นเป็นแมวขันทีอย่างไม่สนใจอะไรเลย”
มู่เฉียนซีแทบจะกระอักเลือดออกมาแล้ว อู๋ตี้นะอู๋ตี้! เจ้าช่างชอบหาเรื่องให้นายของเจ้าจริง ๆ เลย
มู่เฉียนซีเอามือคล้องคอเขา หอมแก้มเขาเบา ๆ หนึ่งครั้ง และกล่าวเสียงต่ำว่า “จิ่วเยี่ย I love you”
ชื่อของเขาจิ่วเยี่ยฟังเข้าใจ แต่คำหลังนั้น จิ่วเยี่ยที่เข้าใจภาษาของหลาย ๆ เผ่ากลับฟังไม่ออกแม้แต่คำเดียว
มู่เฉียนซีผลักจิ่วเยี่ยที่กำลังงุนงงอยู่ออก และร