พลังจิตอันน่าสะพรึงกลัวทั้งสองได้ใกล้เข้ามาทำให้วิญญาณสีดำนั้นหดตัวลงด้วยความหวาดกลัว
ผู้วิปริตสองคนมาเพิ่มอีกแล้ว! ช่วยด้วย!
มู่เฉียนซีมองวิญญาณสีดำนั้นอย่างพิจารณาและกล่าวว่า “นี่มันตัวอะไรกัน?”
“ข้าไม่ใช่ตัวอะไรทั้งสิ้น! ข้าจะเป็นตัวอะไรได้อย่างไรล่ะ เพราะข้าเป็นผู้แข็งแกร่ง…ข้าเป็นผู้แข็งแกร่ง…”
ในขณะที่กล่าวนั้น เสียงของเขาก็แทบจะไม่มีแล้ว
วิญญาณของเขาแข็งแกร่ง แม้แต่หัวหน้าเผ่ามังกรอัคคีก็ไม่อาจค้นพบได้ แต่เหตุใด…เหตุใดพวกวิปริตเหล่านี้ถึงได้ปรากฏตัวขึ้น!
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นสิ่งใด สารภาพทุกอย่างออกมาให้สิ้นเดี๋ยวนี้!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
หากไม่ใช่เพราะนางเป็นห่วงเฮยเย้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องส่งเสี่ยวหงกับอู๋ตี้มาเฝ้าไว้ คาดว่าคงจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วเป็นแน่
“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้าก็แค่ออกมาดู…”
เขายังไม่ทันกล่าวจบก็ได้ส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นขึ้น อ๊า!
“เจ้า เจ้าอย่าเข้ามานะ เจ้า…” น้ำเสียงของเขาสั่นเครือราวกับเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ที่กำลังโดนรังแกก็มิปาน
เสี่ยวหงทนฟังต่อไปไม่ได้แล้ว “เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้นะ!”
วิญญาณสีดำนี้จ้องมองและชี้ไปที่กระบี่สีแดงเพลิงเล่มนั้นอย่างสั่นเครือ สัญชาตญาณของเขาบอกเขาว่าหากกระบี่เล่มนี้ฟันร่างของเขาเพียงแค่เล็กน้อยก็สามารถทำให้ดวงจิตของเขาดับสลายไปได้อย่างแน่นอน
“ท่าน ท่าน ข้าว่าเรามาคุยกันดี ๆ จะดีกว่านะ! จับอาวุธเช่นนี้มันอันตรายเกินไป