่าว่ามู่เฉียนซีและพวกจะไม่กลัวคำพูดนี้ของเขา มู่เฉียนซีกล่าว “แผนที่!”
ต่อให้ยากลำบากเพียงใดก็ต้องไปสักตั้ง
“เอาไป! นี่ข้าเสี่ยงชีวิตเอามันมาได้เมื่อตอนข้ายังเป็นหนุ่ม วัยหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้ากลับอาศัยความร่ำรวยของตระกูลแล้วได้มันไปอย่างง่ายดาย เฮ้อ!” ชายชรากล่าวอย่างทอดถอนใจ
มีแผนที่เช่นนี้แล้ว มู่เฉียนซีและพวกก็เริ่มออกเดินทางเลย
พวกเขาใช้ความเร็วอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อมาถึงเกาะว่านเซินฉงแห่งนี้
และแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เกาะแห่งนี้ถูกเถาวัลย์นภาอันเขียวชอุ่ม ไม่มีช่องโพรงโผล่ใด ๆ เลย
มู่เฉียนซีกล่าว “แล้วจะเข้าไปอย่างไรล่ะ?”
“ทำให้เถาวัลย์เหล่านี้หายไปทั้งหมดก็สิ้นเรื่องแล้ว” จิ่วเยี่ยเดินมาตรงหน้ามู่เฉียนซีพลางกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดีนักว่า “ทำให้เถาวัลย์ที่เฝ้าปกปักษ์รักษาเหล่านี้หายไปทั้งหมดเนี่ยนะ ข้าว่าเผ่ามังกรไม้ก็คงจะสู้จนตัวตายกับพวกเราเป็นแน่! เรามาขอความช่วยเหลือจากพวกเขานะ ไม่ใช่มายั่วยุพวกเขา!”
“ข้าจะลองดู หากไม่สำเร็จแล้วละก็ จะให้สุ่ยจิงอิ๋งพาเข้าไป”
แม้แต่ปราการสุ่ยจิงอิ๋งก็สามารถเปิดทางให้ได้ นับประสาอะไรกับเถาวัลย์ที่ห้อมล้อมเหล่านี้ล่ะ
วิธีที่มู่เฉียนซีจะลองนั้นก็คือ นางเอากระบี่มังกรเพลิงออกมา
พลังความแข็งแกร่งของนางในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเทียบกับหนึ่งในหมื่น แต่อย่างไรเสียเปลวไฟก็คือดาวมฤตยูของไม้
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เปลวไฟของกร