้องการให้ข้าช่วย ซีก็ต้องมีความบริสุทธิ์ใจสักหน่อยถึงจะถูก!”
มู่เฉียนซีโกรธเกรี้ยวขึ้นแล้ว “เจ้าตะกละจวินบอกว่าข้าเป็นแม่ค้าหน้าเลือด ข้าว่าเจ้าต่างหากล่ะที่เป็นพ่อค้าหน้าเลือดที่แท้จริง!”
จิ่วเยี่ยโอบกอดเอวอันเพรียวบางของมู่เฉียนซี และกล่าวว่า “ก็เพราะว่าข้าละโมบโลภทุกอย่างของซี หากไม่กระทำเรื่องที่มันน่าเลือดสักหน่อยก็คงจะไม่ได้ประโยชน์ใด ก็ใครใช้ให้เจ้า…เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเช่นนี้กันเล่า”
มู่เฉียนซีเขย่งเท้าขึ้นเอาริมฝีปากอันแดงระเรื่อนั้นจูบลงบนแก้มของจิ่วเยี่ย นางจูบอย่างลึกซึ้งจนกว่าเขาจะพอใจ
สิ่งที่ผู้อาวุโสมังกรดำทิ้งเอาไว้ให้นั้นล้วนแต่ไม่เลวเลย จิ่วเยี่ยดูจากสถานการณ์ของเฮยเย้าและเลือกตำราการฝึกบำเพ็ญและการฝึกทักษะวิญญาณออกมา
มู่เฉียนซีเอาของเหล่านี้มอบให้ตรงหน้าเฮยเย้า เฮยเย้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขากล่าว “ท่านมังกรวารี นี่ท่านมอบให้ข้าอย่างนั้นเหรอขอรับ ข้า…”
ถึงแม้ว่าเขาจะอายุยังน้อยและเคยเห็นของล้ำค่ามาไม่มากนัก แต่สัญชาตญาณสายเลือดมังกรเขาย่อมรู้ดีว่าของเหล่านี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ามีตำราการฝึกบำเพ็ญอยู่แล้ว ของเหล่านี้ข้าใช้ไม่ได้ ฉะนั้นก็เลยเอามาให้เจ้า พยายามฝึกฝนเข้าล่ะ แล้วอย่าให้ใครมารังแกเจ้าได้อีก”
เฮยเย้าพยักหน้าพลางกล่าว “อืม!”
“หากมีส่วนไหนที่เจ้าไม่เข้าใจก็มาถามท่านผู้นี้ได้” มู่เฉียนซีกล่าวพลางหันชี้ไปที่จิ่วเยี่ย
ทว่า เมื่อเฮยเย้าเห็