มู่เฉียนซีกล่าว “ลงมือก่อนที่พวกเขาจะได้รับการช่วยเหลือจากเกาะมังกรอื่น นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว อย่าได้ลังเล”
ท่านเจ้าเมืองอวิ๋นกล่าว “ขอรับ!”
ถูกโจมตีถึงหน้าประตูเมืองเช่นนี้ แน่นอนว่าท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นก็ได้ส่งคนออกมารับมือเช่นกัน
“อวิ๋นเทียนจ้าน เจ้าช่างบังอาจยิ่งนัก ไม่ยอมเข้าร่วมฝ่ายเทพของพวกข้าอย่างง่ายดายยังไม่พอ นึกไม่ถึงเลยว่าจะกล้าลงมือกับพวกข้าอีก” ท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว
ท่านเจ้าเมืองอวิ๋นกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้ามันทรยศต่อเผ่ามังกร ไม่ควรถูกลงโทษอย่างนั้นเหรอ?”
“พวกข้าล้วนแต่คิดเผื่อเผ่ามังกรทั้งสิ้น!”
“นี่มันก็เป็นแค่ข้ออ้างในการทรยศของพวกเจ้าต่างหาก!”
“……”
ในขณะที่ทั้งสองเมืองกำลังต่อสู้กัน นึกไม่ถึงเลยว่าท่านเจ้าเมืองของทั้งสองเมืองจะมาต่อล้อต่อเถียงกันเช่นนี้
มู่เฉียนซีทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว นางมองไปที่ท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นและกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋น พวกเราจะให้โอกาสเจ้ายอมจำนน หากเจ้าไม่ยอมจำนน เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะลำบากเอาได้”
ท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นมองไปที่มู่เฉียนซี ครั้งนี้มีคนกล้ากล่าววาจาเช่นนี้กับเขา อีกทั้งยังเป็นมังกรน้อยที่เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะเสียด้วย
ท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นมองไปที่หญิงสาวชุดม่วงผู้งดงามอย่างไร้ติด้วยความพิจารณา เขากล่าว “ชิ! เจ้าก็คือสาวน้อยของเผ่ามังกรวารีที่ทุกคนกำลังร่ำลือกันอยู่กระมัง! ข้าดูแล้ว เจ้าก็ไม่ได้