อกมาทั้งหมด แต่ถึงกระนั้น กองกำลังของฝ่ายตรงข้ามก็มีมากกว่าพวกเขาอยู่ดี
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสาวน้อยผู้นี้มีความสามารถเพียงใดถึงสามารถเรียกยอดฝีมือมากมายเช่นนี้มาเสี่ยงชีวิตเพื่อนางได้
ถึงแม้ว่าราชาหุ่นจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเอง แต่กองกำลังคนของฝ่ายตรงข้ามที่มีมากมายถึงเพียงนี้ เขารู้สึกว่ามันวุ่นวายและเสียเวลามากเกินไป
เขาเล็งเป้าหมายไปที่มู่เฉียนซี ครั้นแล้วเขาก็เคลื่อนไหวพุ่งไปที่มู่เฉียนซีอย่างรวดเร็ว ต้องจัดการสาวน้อยผู้นี้ก่อน
ทันใดนั้นร่างชุดขาวและชุดดำแดงก็กระโจนลงมาที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซี ร่างสองร่างนี้ก็คือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักตงจี๋และเฟิงอวิ๋นซิวนั่นเอง
ราชาหุ่นตกตะลึงขึ้น “เมื่อใดกัน ตำหนักตงจี๋ของพวกเจ้าเป็นทาสรับใช้นางเมื่อใดกันแล้ว?”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวเสียงขรึมว่า “คราก่อนไม่ได้กำจัดเจ้าไปให้สิ้นซาก เจ้าคิดว่าตำหนักตงจี๋ของพวกข้าจะยอมรามือไปง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ ?”
ตูม! เฟิงอวิ๋นซิวกับผู้อาวุโสสูงสุดร่วมมือกันต่อสู้กับราชาหุ่น
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “พวกเราจะรับมือกับราชาหุ่นนี่เอง เจ้ารีบไปหาชิงอิ่งก่อนเถอะ!”
“อืม!” นางไม่ปฏิเสธ
มู่เฉียนซีพรวดออกไป และแน่นอนว่าได้ประสบกับคนที่ต้องการจะลงมือกับนาง
“อู๋ตี้ เสี่ยวหง ออกมา!”
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! อู๋ตี้กับเสี่ยวหงได้จัดการโจมตีพวกคนที่กล้าดีมาขวางทางเจ้านายของพวกมันไปทั้งหมด
มู่เฉียนซีกระโจนลงไปข้าง ๆ ทะเลสาบดำ ชิงอิ่ง