พวกเขาเห็นชายชุดเขียวไม่สามารถขยับตัวได้ก็รู้ว่าผลลัพธ์ของการต่อสู้นี้ได้ออกมาแล้ว
“หนามปีศาจดำ หุ่นเชิดเป็นเครื่องจักรในการต่อสู้มาโดยธรรมชาติ ไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด กำลังในการป้องกันก็แข็งแกร่งมาก นึกไม่ถึงเลยยังมีดาวมฤตยูที่สามารถรับมือกับหุ่นเชิดได้ชนิดนี้อยู่!”
“แต่นึกไม่ถึงเลยว่ารูปร่างหน้าตาที่งดงามอย่างสมบูรณ์แบบของชายชุดเขียวผู้นั้นจะถูกสร้างออกมาเป็นหุ่นเชิด”
“……”
มู่เฉียนซีจ้องมองฉากสุดท้ายนั้นตาเขม็ง และได้ยินคำคำนั้นที่ชิงอิ่งกล่าวออกมาเสียงเบา!
“เฉียน!”
นางทั้งรู้สึกเจ็บปวดใจ ทั้งรู้สึกโกรธเกรี้ยว!
เฟิงอวิ๋นซิวก็ตกใจผงะไปเช่นกัน นั่นเป็นหุ่นเชิดจริง ๆ เหรอ
เพียงคำพูดแค่คำเดียว เขากลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอันรุนแรงจากคำคำนั้น
ทว่า หุ่นเชิดมีความรู้สึกด้วยอย่างนั้นเหรอ? เขาคิดมากเกินไปแล้ว
เมื่อม่านแสงได้อันตรธานจางหายไป อาถิงก็เดินมาข้างกายมู่เฉียนซี และกล่าวว่า “เจ้าวางใจเถอะ! ด้วยระดับของชายชุดดำผู้นั้นแล้ว จะสามารถมองเจ้าท่อนไม้ผู้นั้นออกได้อย่างไร แม้แต่ข้าก็ยังมองไม่ออกเลย ไม่แน่อาจจะถูกจับไปแค่สองสามวันก็กลับมาแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ชิงอิ่งเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่ข้าจะปล่อยให้เขาถูกจับตัวไปโดยที่ไม่สนใจอะไรเลยได้อย่างไรกันล่ะ”
ดวงตาของมู่เฉียนซีเย็นชาขึ้น “คนผู้นั้นมันคือราชาหุ่น! นึกไม่ถึงว่ามันจะกล้าออกมาจากเทือกเขาเมฆามืดเพื่อมาจับคนของข้า”
เฟิงอวิ๋นซิว