ด้เต็มหม้อเช่นนี้
มู่เฉียนซีกวาดสายตามองพวกเขาพลางกล่าวว่า “ทุกท่านยังไม่หลอมยาต่ออีกเหรอ เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้วนะ”
นักปรุงยาที่ทำหม้อยาระเบิดในตอนนี้ก็ได้สติกลับมา และนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในการประลอง!
เหลือเวลาอยู่เพียงแค่สองชั่วยามเท่านั้นแล้ว หากหลอมยาลูกกลอนออกมาไม่ได้แม้แต่เม็ดเดียว พวกเขาคงต้องคว้าอันดับสุดท้ายไปเป็นแน่
ถึงแม้ว่ามู่เฉียนซีจะเป็นผู้ก่อเรื่องทั้งหมด แต่พวกเขาก็ไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมองมู่เฉียนซีด้วยความรู้สึกขอบคุณอีกด้วย
“ขอบคุณหมอปีศาจที่เตือน!”
“ขอบคุณหมอปีศาจมาก!”
“……”
นักปรุงยาคนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มปรุงยาด้วยจิตใจที่ร้อนรนราวกับถูกไฟจี้ ส่วนมู่เฉียนซีที่ทำสำเร็จแล้วก็ได้เดินลงมาจากแท่นปรุงยา
ปรมาจารย์ไป๋อวิ๋นเอ่ยปากกล่าวว่า “ท่านหมอปีศาจ!”
แรกเริ่มเขาพบว่ามู่เฉียนซีอายุยังน้อย จึงเรียกนางว่าเจ้าเด็กน้อยมาตลอด
ทว่า หลังจากที่ได้รู้ถึงความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีแล้ว เขาก็ไม่กล้าเรียกเช่นนั้นแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านผู้ตัดสิน มีเรื่องอันใด?”
ปรมาจารย์ไป๋อวิ๋น “ท่านหมอปีศาจคงจะไม่ใช่คนในดินแดนสี่ทิศ ถึงแม้ว่าจะเป็นข้าที่ได้นั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ ก็ไม่สามารถมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าท่านหมอปีศาจได้”
“ท่านจะคิดเช่นไรก็คิดไปเถอะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“เพียงแต่ว่า ที่ที่ท่านอยู่นั้นคือที่ใดกัน?”
การประลองการปรุงยาในครั้งนี้ ถึงแม้ว