ไป๋เหยียนเอ๋อร์มองมู่เฉียนซีอย่างอ่อนโยน และแสดงความยินดีด้วยความจริงใจ
“การประลองการปรุงยาในครั้งนี้ ซีเอ๋อร์สามารถคว้าอันดับได้ดีเช่นนี้ ข้ายินดีกับซีเอ๋อร์ด้วยจริง ๆ ไม่รู้ว่าซีเอ๋อร์มีเคล็ดลับใด?”
นึกไม่ถึงเลยว่าจู่ ๆ คนอย่างธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักตงจี๋จะมาพูดจากับมู่เฉียนซีผู้ที่คว้าอันดับหนึ่งในการประลองการปรุงยาอายุไม่เกินร้อยปีในครั้งนี้ อีกทั้งยังพูดอย่างใกล้ชิดราวกับว่ารู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
“เคล็ดลับ เหตุใดข้าต้องบอกเคล็ดลับให้คนอย่างเจ้าด้วย?” มู่เฉียนซีมองไป๋เหยียนเอ๋อร์ด้วยความเย้ยหยัน
นางไม่ไปหาไป๋เหยียนเอ๋อร์ แต่ไป๋เหยียนเอ๋อร์กลับมาหานางด้วยตัวเองเช่นนี้แล้ว
“ซีเอ๋อร์มีเคล็ดลับดี ๆ เช่นนี้ ไม่คิดอยากแบ่งปันให้ทุกคนรู้บ้างหรืออย่างไร หากทุกคนประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันกับซีเอ๋อร์ ทุกคนก็จะขอบคุณซีเอ๋อร์นะ”
“ข้าไม่ได้อยากได้คำขอบคุณอันใด” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
ดวงตาคู่นั้นของไป๋เหยียนเอ๋อร์ดูหม่นหมองลง กล้ำกลืนเป็นที่สุด
สิ่งนี้ทำให้ผู้คนอดที่จะรู้สึกสงสารนางไม่ได้ มู่เฉียนซีผู้นี้ก็หยิ่งยโสเกินไป นึกไม่ถึงว่าจะกล่าววาจาเช่นนี้กับธิดาศักดิ์สิทธิ์
“ที่ซีเอ๋อร์ไม่ยินยอมเช่นนี้ แสดงว่าซีเอ๋อร์ต้องได้ของล้ำค่าบางอย่างมาแน่ อย่างเช่นหม้อเทพนิรันดร์ ซีเอ๋อร์ถึงได้กลายเป็นอัจฉริยะที่น่าทึ่งถึงเพียงนี้ การเก็บความลับเช่นนี้เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ขะ ข้า…ข้าไม่ควรถามมา