ข่งขันนี้มีความสำคัญน้อยกว่าการทำให้การปรุงยาของพวกเขาไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
เพื่อนฝูงและผู้คนมากมายต่างชื่นชมและช่วยมู่เฉียนซีพูดทำให้ใบหน้าของปรมาจารย์จางนั้นมีสีสันเสียยิ่งกว่าจานสีเสียอีก มู่เฉียนซีผู้นี้มีความสามารถนัก
ปรมาจารย์จางมองไปที่ไป๋อู๋ห่าย เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ไป๋อู๋ห่ายเองก็ทำอะไรไม่ได้
ในตอนนี้เอง เฟิงอวิ๋นซิวก็กล่าวว่า “ข้าเฝ้าดูการปรุงยาของเฉียนซีอยู่ตลอด ยาของนางสำเร็จในเวลาเดียวกันกับเสียงกลองสิ้นสุดและนางก็ไม่ได้เกินเวลา”
ปรมาจารย์จางกล่าวว่า “นายน้อยอวิ๋นซิว เจ้าจะช่วยมู่เฉียนซีเพียงเพราะมู่เฉียนซีเป็นเพื่อนของเจ้าไม่ได้”
ในตอนนี้เอง อาถิงก็ยืนขึ้นและดวงตาสีเขียวอ่อนของเขาก็ได้ฉายแววอันตรายขึ้นมา
“ถ้าเจ้ายังพูดพล่อย ๆ ต่อ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะส่งเจ้าไปจากที่นี่ และเปลี่ยนให้กรรมการคนอื่นขึ้นมาคุมการแข่งขันแทน”
ปรมาจารย์จางกล่าวว่า “เจ้าข่มขู่ข้าในที่สาธารณะหรือ?”
“หรือข้าไม่สามารถข่มขู่เจ้าอย่างนั้นรึ?”
พลันนั้นอาถิงก็ได้ใช้พลังจิตวิญญาณอันมหาศาลข่มขู่ปรมาจารย์จาง ทำให้ใบหน้าของปรมาจารย์จางเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดทันที
ตราบใดที่เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องการทำร้ายเขาจริง ๆ การใช้พลังวิญญาณก็สามารถทำให้เขาโง่เขลาได้
หมอปีศาจผู้นี้ ช่างน่ากลัวนัก!
ปรมาจารย์จางรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก ถ้าเขาลงมือ นายน้อยก็คงไม่สามารถช่วยเขาได้
ปรมาจารย์จางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะผ