าเจ้าจะเป็นกรรมการในการแข่งขันปรุงยาในครั้งนี้ แต่เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะบอกว่านางสละสิทธิ์”
ในฐานะเป็นผู้ทำพันธสัญญาของมู่เฉียนซี อาถิงย่อมรู้ดีว่ามู่เฉียนซีกับนิรันดร์กำลังทำอะไร?
ผู้ที่มีเพียงแต่เรื่องสตรีในหัวอย่างนิรันดร์ในที่สุดก็คิดขึ้นมาได้แล้วว่าควรจะสอนบางสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับนางผู้หญิงบ้าเสียที และแม้ว่าอาถิงจะดูถูกนิรันดร์เพียงใด แต่เขาก็ยังคงยอมรับในทักษะการปรุงยาของนิรันดร์
เขาเชื่อมโยงกับชีวิตของมู่เฉียนซีและรู้เป้าหมายของมู่เฉียนซีดี
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวว่า “ข้าก็คิดว่าเฉียนซีไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นนั้น ตัวนางเองไม่ได้บอกว่าจะสละสิทธิ์ เวลาการแข่งขันยังไม่สิ้นสุด นางก็จะยังไม่แพ้”
ปรมาจารย์จางกล่าว “หึ! ข้าจะคอยดูว่านางจะยืนด้วยใบหน้าโง่ ๆ อยู่ตรงนั้นไปถึงเมื่อไหร่กัน?”
มู่เฉียนซีไม่ได้ยืนโง่ ๆ และตอนนี้นางได้รับความรู้มากมาย
ในขณะเดียวกันนางก็รู้สึกว่าช่องว่างระหว่างตัวนางกับนิรันดร์นั้นต่างกันมากเพียงใด ช่างน่าตกใจมาก!
มุมปากของนิรันดร์ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มตื้น ๆ “ที่รัก มันไม่ง่ายเลยที่จะสู้ข้าได้ใช่หรือไม่ ข้ามองเห็นความมุ่งมั่นในการต่อสู้จากดวงตาของเจ้า”
“ข้าดำรงอยู่มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลและได้ศึกษาการปรุงยามาเป็นเวลาหลายปีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดังกล่าว สาวน้อยคนสวยในตอนนี้พึ่งจะอายุสิบกว่าปีเท่านั้น ข้าจะเฝ้ารอคอยให้เจ้าเหนือกว่าข้า”
ดวงตาของมู่เฉียน