ังแท่นปรุงยาของตนเอง
“ดูสิว่าเจ้าจะตายอย่างไร” ปรมาจารย์จางกล่าวอย่างมาดร้าย
เมื่อการจับสลากจบลง ปรมาจารย์จางได้กล่าวขึ้น “เริ่มการประลองได้ พวกเจ้ามีเวลาสามชั่วยามในการสกัดยา คนหนุ่มสาว โอกาสในการแสดงฝีมือของพวกเจ้ามาถึงแล้ว จงสู้ต่อไปเถอะ!”
ทันทีที่สิ้นเสียงของปรมาจารย์จาง พวกเขาก็ได้เปิดสูตรโอสถขึ้นมา และเริ่มจัดเตรียมสมุนไพรวิญญาณ
มู่เฉียนซีเองก็เช่นกัน ปรมาจารย์จางยิ้มอย่างเย็นยะเยือก สูตรโอสถนั่นจงอย่าหวังว่าจะปรุงได้เลย คาดว่าเจ้าเด็กนี่คงจะไม่มีสมุนไพรวิญญาณที่อยู่บนสูตรโอสถนั้น รอที่จะยอมแพ้ไปก็แล้วกัน!
แต่เขาต้องผิดหวังเสียแล้ว ปรมาจารย์จางเห็นมู่เฉียนซีนำสมุนไพรวิญญาณแต่ละชนิดออกมา เขารู้สึกว่าสมุนไพรวิญญาณเหล่านั้นมันค่อนข้างที่จะคุ้นตา
จนเมื่อมู่เฉียนซีได้นำสมุนไพรวิญญาณชนิดที่อยู่ในพื้นที่น้ำแข็งขึ้นมา ในที่สุดเขาก็ได้รู้เสียแล้วว่าทำไมนางถึงได้นิ่งเงียบ ทันใดนั้นทั้งสองตาของเขาก็พลันเกิดเพลิงพิโรธขึ้น
สมุนไพรวิญญาณเหล่านั้นล้วนแต่เป็นของที่เจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยได้ชิงไป
สูตรโอสถนี้ที่เขารู้ แน่นอนว่าในตำหนักโอสถนั้นมีสมุนไพรทั้งหมดมอบให้โดยไม่ขาดไปแม้แต่อย่างเดียว
ในตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่ามู่เฉียนซีจะเตรียมสมุนไพรให้ครบได้สักชุดหนึ่งเลย ถึงต่อให้เป็นร้อยชุดก็สามารถที่จะเตรียมให้ครบได้ แม้ว่าเจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยนั่นจะออกจากเมืองตงจี๋ไปแล้วแต่ก็ยังเป็นปฏิ