จวินโม่ซีรู้สึกว่าจิตสังหารของเจ้าหนูหน้าตุ๊กตาผู้นี้ที่ออกมาช่างแปลกประหลาดนัก เขาจึงได้เผยอาการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเสียยิ่งกว่าโต้วเอ๋อร์แล้วกล่าวขึ้น “ข้าดูแคลนสาวน้อย? เป็นนางที่ดูแคลนข้าสิยังพอว่า”
“ความดูแคลนทางคำพูดก็เป็นการดูแคลน”
“ทางคำพูด!” จวินโม่ซีนั้นไม่รู้ว่าได้พูดผิดไปประโยคไหน
“เจ้าว่าให้เจ้าได้กินอิ่มสักมื้อหนึ่ง ในตอนที่จื่อโยวกำลังดูแคลนสตรีเพศก็มักจะกล่าวเช่นนี้ เจ้ากล้าที่จะไม่ยอมรับหรือ?”
จวินโม่ซีแทบจะกระอักเลือดออกมาในทันที นี่มันเรื่องอะไรกับอะไรกัน
“พรวด!” มู่เฉียนซีกลั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้วจริง ๆ
โลกของเจ้าตะกละนั้นไม่เหมือนกันกับโลกของพวกผีหื่น ปรากฏว่าซิงเฉินที่น่ารักกลับ…
บัดนี้จื่อโยวที่อยู่ด้านข้างนั้นมีสีหน้าที่มืดครึ้ม “ซิงเฉิน สรุปแล้วเจ้าไปลอบฟังเรื่องที่ไม่ควรจะได้ยินที่มุมกำแพงมีมากน้อยเท่าไรแล้ว?”
ซิงเฉินกล่าวด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา “อันนี้ก็นับไม่ค่อยจะถูกแล้ว ใครใช้ให้เจ้าไม่ตั้งใจทำอะไรให้ดีมาแต่ไหนแต่ไรเล่าจื่อโยว ก็แค่ชอบสตรีเพศ ถ้าหากว่าข้าไม่คอยเฝ้าดูเจ้าเอาไว้เจ้าจะยิ่งทำอะไรให้มันมากเกินไปกว่านั้นเป็นแน่”
จื่อโยวนั้นแทบจะระเบิดออกมาแล้ว “เป็นใครกันแน่ที่มันจะมากเกินไปแล้ว ซิงเฉิน ข้าคิดว่าข้าควรจะต้องคุยกับเจ้าให้ดีเสียหน่อยแล้ว!”
เมื่อนึกถึงตอนที่ทำธุระอยู่แล้วซิงเฉินนั้นอาจจะมาแอบมองดู ในใจของจื่อโยวก็แทบที่จะแหลกสลาย
พวกเขาทั้งสอง