เขารู้ดีว่าเก่งกาจเพียงใด
“แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ใด?” ในเมืองตงจี๋นั้นไม่ง่ายเลยที่จะลงมือ แต่เขาก็ไม่อยากพลาดโอกาสดี ๆ เช่นนี้ไป
“อยู่ที่หอหมอปีศาจขอรับ!”
“หอหมอปีศาจ หอยาเล็ก ๆ หอหนึ่ง นึกไม่ถึงเลยว่าจะกล้าตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า เช่นนั้นก็ทำลายพวกมันไปพร้อมกันนั่นแหละ”
“ขอรับ!”
เฟิงอวิ๋นซิวก็รู้ดี ต่อให้พวกเขาจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่ไป๋อู๋ห่ายก็ไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่นอน เขาจึงให้ซวนอีเตรียมพร้อมรับมือการต่อสู้
มู่เฉียนซีกล่าว “ซวนอี เจ้านั่งลงเดี๋ยวนี้ แผลเจ้ายังไม่หายดีเลย! เจ้าจะกระโดดโลดเต้นไปทำไม?”
“แต่นายน้อยมีคำสั่ง!” ซวนอีกล่าว
“ต่อให้มือของไป๋อู๋ห่ายจะยาวแค่ไหน ก็ไม่มีทางยื่นมาถึงหอหมอปีศาจของข้าได้หรอก รอให้อาการของเจ้าดีขึ้นก่อนแล้วค่อยฟังคำสั่งของนายน้อยเจ้า แต่ตอนนี้เจ้าเป็นคนป่วย ต้องฟังท่านหมอเท่านั้น”
“ตำหนักตงจี๋เป็นกองกำลังระดับสาม แต่หอยาของเจ้าไม่ใช่กองกำลังแต่อย่างใด”
“วางใจเถอะ! หากว่าเขากล้าส่งคนมาจริง ๆ ข้าก็จะทำให้พวกมันจากไปอย่างไม่มีวันได้หวนกลับคืน”
ในคืนเดียวกันที่พวกเขากลับมาถึงหอหมอปีศาจ ก็มีกลิ่นอายแห่งจิตสังหารพุ่งเข้ามา แม้แต่เฟิงอวิ๋นซิวและพวกที่ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยก็มีการเตรียมพร้อมป้องกันเอาไว้แล้ว
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ! เมื่อมีคนบุกเข้ามา อาวุธลับของหอหมอปีศาจก็เริ่มต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้อย่างรุนแรง
ปัง ปัง ตุบ! ผู้ที่พลังวิญญาณไม่ถึงขั้น