าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิงอวิ๋นซิวที่ได้เพิ่มขั้นพลังความสามารถของตนเองขึ้นมา
แต่หากเพิ่มหุ่นเชิดเข้ามาอีกตัวเป็นสองรุมหนึ่งแล้ว เช่นนั้นมันก็จะแตกต่างกันไป!
จากนั้นพลังอันแข็งแกร่งพลังหนึ่งก็ได้พุ่งดิ่งเข้ามา
มู่เฉียนซีกวัดแกว่งกระบี่มังกรเพลิงและพุ่งแทงไปทางเจียงขุย “เจ้าสำนักเจียง เจ้าจงอย่าได้ลืมข้าไป”
ม่านตาของเจียงขุยพลันหรี่เล็กลง “เจ้า…พลังความสามารถของเจ้าเองก็เพิ่มขึ้นแล้ว”
สถานการณ์ในตอนนี้ มู่เฉียนซีจำเป็นที่จะต้องกินยาเพิ่มระดับพลังความสามารถเข้าไป!
เจียงขุยเองก็แค่เพียงประหลาดใจไปชั่วขณะเท่านั้นและมิได้เห็นมู่เฉียนซีอยู่ในสายตา ถึงแม้ว่ามู่เฉียนซีจะได้ฆ่าโหวหมิงไปก็ตาม
“พลังความสามารถเพิ่มขึ้นไปถึงมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่หนึ่งก็เท่านั้นเอง ข้ายังนึกว่าจะเก่งกาจสักเท่าไหร่กันเชียว มหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่หนึ่งผู้หนึ่ง เพียงแค่ข้าขยับมือก็สามารถทำให้เจ้าตายได้แล้ว” เจียงขุยกล่าวอย่างดูแคลน
บึ้ม! เฟิงอวิ๋นซิวได้เริ่มสู้กับหุ่นเชิดเต็มขั้นตัวนั้นของสำนักหุ่นปีศาจแล้ว
จากนั้นพวกที่ไล่ตามมาที่ด้านหลังนั้นก็ได้ตามมาทัน
การต่อสู้อันเลวร้ายได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ดวงตาของคนจากสำนักหุ่นปีศาจได้ฟื้นคืนเป็นปกติแล้วและได้โต้กลับอย่างรุนแรงยิ่งนัก
ราชาหุ่นรู้สึกว่าชิงอิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดสิ่งหนึ่ง การต่อสู้พัวพันกับเขานั้นไม่รู้ว่าจะต้องพัวพันกันไปถึงเมื่อใด
แต่ว่าพล