ด้ให้ยาพิเศษแก่พวกเราไว้”
“ใช่แล้ว! มีเม็ดยานี้ พวกเราจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน ยาเม็ดของปรมาจารย์จางไม่มีทางเลวร้ายไปกว่าของสาวน้อยผู้นั้นอย่างแน่นอน”
“……”
พวกเขากินยาที่ตัวเองมีอยู่ แต่ผลกลับไม่ดีนัก
พวกเขาอยู่ท้ายสุดของกองทัพ ณ เวลานี้ต้องการกลับทางเดิม แต่เมื่อพวกเขาหันกลับไปไม่ได้ไกลนัก ใบมีดลมก็ได้ปาดเข้าที่คอของพวกเขาอย่างไร้ปราณี
ฟุ่บ! ชายคนหนึ่งล้มลงกับพื้นทันที
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวอย่างเฉียบคมว่า “ถึงพวกเจ้าจะเป็นนักปรุงยาของตำหนักโอสถ แต่เมื่อกลายเป็นคนหนีทัพ ก็ต้องตายเท่านั้น ข้าจะไม่ไว้ชีวิตอย่างแน่นอน”
หัวใจของพวกเขาสั่นระรัว พวกเขากล่าวอย่างหวั่นกลัวว่า นายน้อยอวิ๋นซิว พวกเราไม่กล้าอย่างแน่นอน!”
การหลบหนี ก็คือเส้นทางสู่ความตาย
ก้าวไปข้างหน้าพวกเขาก็ต้องตาย และสิ่งเดียวที่จะสามารถช่วยพวกเขาได้ก็มีเพียง…
พวกเขามองไปที่หญิงสาวในชุดสีม่วงผู้นั้นที่เดินอยู่ข้าง ๆ เฟิงอวิ๋นซิวและรีบพุ่งเข้าไปพร้อมกับกล่าวว่า “แม่นางมู่ ช่วยด้วย!”
“พวกเราทนอากาศพิษนี้ไม่ไหวแล้ว ขอได้โปรดมอบยาให้แก่เราด้วย”
“หากเคยล่วงเกินอะไรไป พวกเราไม่ได้ตั้งใจ โปรดแม่นางมู่อย่าได้ถือสา พวกเราเลย…”
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ! เพื่อรักษาชีวิตรอด พวกเขาวางความหยิ่งยโสของพวกเขาลงและคุกเข่าลงต่อหน้ามู่เฉียนซีทีละคน
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าบอกเจ้าแล้ว ถึงเวลาก็อย่าได้มาอ้อนวอนข้า”
พวกเขาตัวสั่นและแทบจะมุดหัวของพวก