งชีวิตและพลังวิญญาณใดใดเลย แต่กลับให้ความรู้สึกว่าไม่มีผู้ใดเอาชนะเขาได้
ชิงอิ่งบุกเข้าไปในค่ายกลนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่ปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ โหวหมิงก็ตั้งตัวรับมือไม่ทัน
เขามองร่างที่ถูกชิงอิ่งโจมตีจนแตกกระจายออกเป็นส่วน ๆ ต่อให้ใช้วิชาควบคุมก็ยากที่จะทำให้หุ่นเชิดตะขาบนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิม สีหน้าของเขายิ่งเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ
ภายในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว หุ่นเชิดตะขาบของเขาก็ได้ถูกทำลายลงแล้ว
และสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงมากไปกว่านี้นั้นยังมาไม่ถึง
เงาร่างสีเขียวนั้นเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ชิงอิ่งได้เด็ดหัวหุ่นเชิดหลายตัวลงมา
ปัง ปัง ปัง!
และหัวเหล่านั้นก็มีบางอย่างที่คล้ายกับแตงโมพุ่งออกมา สิ่งนี้เรียกว่าค่ายกลร้อยหุ่นเชิด นึกไม่ถึงว่ามันจะถูกทำลายลงแล้ว และเห็นได้ชัดว่ากำลังในการต่อสู้อ่อนแอลงมาก
พรวด พรวด พรวด!
คนของสำนักหุ่นปีศาจเหล่านี้กระอักเลือดออกมาทีละคน ๆ ค่ายกลถูกทำลายลง และพวกเขาก็ได้รับผลกระทบตอบกลับเช่นกัน
“เป็นไปได้ยังไง?” โหวหมิงจ้องไปที่ชิงอิ่งพลางอุทานขึ้น
พลังของคนผู้นี้แข็งแกร่งมากยังไม่พอ อีกทั้งยังสามารถทำลายค่ายกลได้อย่างง่ายดายเช่นนี้อีก
ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นเคยกับค่ายกลร้อยหุ่นเชิดนี้มากก็มิปาน
“ฆ่ามัน!” และแน่นอนว่าเฟิงอวิ๋นซิวไม่มีทางปล่อยให้โอกาสเอาคืนนี้หลุดมือไปได้
หากสามารถฆ่ารองเจ้าสำนักแห่งสำนักหุ่นปีศาจผู้นี้ได้ ยังไม่ทันเข