ดวงตาสีเหลืองอำพันของเฟิงอวิ๋นซิวมองไปที่มู่เฉียนซี เขายิ่งรู้สึกว่านิสัยของนางนั้นเหมือนกับมู่หรงเฉียนเยี่ยเข้าไปทุกที
มู่เฉียนซีหุบยิ้มลง จะลำพองจนลืมเก็บอาการมากเกินไปแล้ว หากถูกเฟิงอวิ๋นซิวพบเบาะแสอะไรเข้าจะไม่ดี
เฟิงอวิ๋นซิวถามขึ้น “เจ้าเป็นสตรีผู้หนึ่ง แต่เจ้ากลับกำลังสอนข้า?”
มู่เฉียนซีถามกลับ “ทำไม เจ้าดูถูกข้าหรือ?”
“ไม่ใช่ เพียงแต่เรื่องของข้า ถึงต่อให้เฉียนซีมีวิธีการที่ดีมากไปกว่านี้ก็ไร้ประโยชน์ อย่างไรเสียฐานันดรก็มีความแตกต่างกัน ข้าเพียงแค่อยากจะหาสิ่งที่นางต้องการที่สุด สิ่งของที่จะทำให้นางพอใจให้พบเท่านั้นก็พอแล้ว” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“มีฐานันดรแตกต่างกัน บนโลกนี้ยังมีผู้ที่นายน้อยอวิ๋นซิวไม่คู่ควรอีกหรือ?” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วถาม
“โลกนี้มันใหญ่โตกว่าในจินตนาการของเจ้ามากนัก ที่จริงแล้วสำนักนิกายระดับที่สามก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในระดับขั้นเหล่านั้นก็เท่านั้น” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวตอบ
“สิ่งที่คนที่เจ้าชอบต้องการนั้นคือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์? มิใช่ว่าเจ้าได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาแล้วหรือ?”
เมื่อนึกได้ถึงตรงนี้ ดวงตาอันงดงามของเฟิงอวิ๋นซิวก็พลันอับแสงลง
“ถึงแม้ว่ากระบี่นั้นจะมีพลังวิญญาณธาตุไฟที่แข็งแกร่งยิ่งนัก แต่มันกลับไม่ใช่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ตอนที่ข้าได้กระบี่เล่มนั้นมาแล้วมอบให้นางก็ได้ถูกนางมองออกเสียแล้ว นางไม่ต้องการกระบี่ศักดิ์สิทธิ์น