มู่เฉียนซีลุกยืนขึ้นแล้วกล่าว “เจ้าตะกละจวินเก็บกวาดเอาเองเถอะ!”
“โม่จิ่น พวกเราไปคุยกันที่ห้องหนังสือ!”
“ขอรับ!”
หลังจากเข้าไปในห้องหนังสือแล้ว โม่จิ่นก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงขรึม “นายท่าน เป็นเพราะหอหมอปีศาจของเราพัฒนาขึ้นในแดนตะวันออก ตอนนี้ตำหนักตงจี๋ได้เพ่งเล็งพวกเราเอาเสียแล้ว พวกเขาได้เริ่มลงมือกดยั้งพวกเราแล้ว”
มังกรที่แข็งแกร่งไม่อาจที่จะสู้กับงูดินได้ อีกทั้งหอหมอปีศาจของพวกเขาก็เหมือนจะยังไม่ใช่มังกรที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่าจะต้องพบเจอกับอุปสรรคขวางกั้น
มู่เฉียนซีกล่าว “แล้วอย่างไรต่อ!”
“ตำหนักตงจี๋ได้บอกมาแล้วว่าพวกเขาไม่เชื่อในพลังความสามารถของพวกเรา ถ้าหากพวกเราสามารถส่งนักปรุงยาผู้หนึ่งไปที่ตำหนักตงจี๋เพื่อพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นถึงพลังความสามารถได้ เช่นนั้นแล้วจากนี้ไปพวกเขาจะไม่มาสร้างปัญหาให้แก่พวกเราอีก อย่างไรเสียพวกเขาก็หวังว่าจะได้เห็นหมู่บุปผาทั้งร้อยชนิดเติบโตขึ้นด้วยกันอย่างเนืองแน่น!”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ที่แท้ก็คิดที่จะผูกมัดนักปรุงยาจากหอหมอปีศาจของพวกเรานี่เอง!”
ตำหนักตงจี๋มิได้ทำกิจการโอสถจึงไม่มีการขัดผลประโยชน์ทางกิจการ หากแต่เพราะคุณภาพและชนิดของยาในหอหมอปีศาจนั้นยากที่จะทำให้พวกเขาจินตนาการได้
ดังนั้นพวกเขาจึงสนใจในหอหมอปีศาจและสนใจในตัวนักปรุงยาของหอหมอปีศาจ
มู่เฉียนซีถามขึ้น “พวกเขาอยากที่จะพิสูจน์อย่างไรเล่า?”
โม่จิ่นกล่าว “ตำหนักโอสถของตำหนักตงจี๋จะ